txt
stringlengths
202
53.1k
# วง BTS เล่นคอนเสิร์ตเสมือนครั้งแรก บนเวทีในโลก Minecraft เราเห็นคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ ในโลกเสมือนอย่าง Fortnite กันไปแล้ว เช่น Marshmello, Travis Scott, Arianna Grande เมื่อวานนี้ฝั่ง Minecraft ก็เอาบ้าง นำวง K-Pop ชื่อดัง BTS มาแสดงบนเวทีใน Minecraft จำนวน 2 เพลงคือ Butter และ Permission to Dance โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลไลฟ์สตรีม ESCAPE 2021 ของ YouTube ที่มา - BTS_official
# [Sensor Tower] ตลาดเกมมือถือปีนี้ยังร้อนแรง มีเกมทำเงินระดับพันล้านดอลลาร์ ถึง 8 เกม บริษัทวิจัยตลาดแอปมือถือ Sensor Tower รายงานข้อมูลการทำเงินของเกมบนมือถือตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2021 พบว่าปีนี้มีเกมมือถือที่ทำรายได้ ในระดับมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งหมด 8 เกม ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ทำสถิติมา PUBG Mobile ซึ่งรวมตัวเลขของ Game For Peace ในจีน และ Battlegrounds Mobile ในอินเดียด้วย เป็นเกมที่ทำเงินสูงสุดปีนี้ 2.8 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Honor of Kings หรือ RoV ในไทย เป็นอันดับ 2 ที่ระดับ 2.8 พันล้านดอลลาร์ เช่นกัน อันดับที่ 3 คือ Genshin Impact 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเกมที่มีอายุไม่ถึง 2 ปี ส่วนอันดับ 4-8 คือ Roblox, Coin Master, Pokémon GO, Candy Crush Saga และ Garena Free Fire ตามลำดับ Sensor Tower ประเมินว่าตัวเลขรายได้ปีนี้ที่เพิ่มสูง เป็นโมเมนตัมที่ได้จากการเติบโตมากในเกมมือถือเมื่อปี 2020 ซึ่งเกมที่ทำเงินมีทั้งเกมเก่าและเกมใหม่ ที่มา: Sensor Tower
# Dell เปิดตัว Concept Luna ต้นแบบพีซีเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เดลล์เปิดตัว Concept Luna พีซีต้นแบบบนแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เดลล์ผลักดันมาโดยตลอด โครงการนี้เป็นความร่วมมือกับอินเทล เพื่อสร้างอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่สามารถถอดเปลี่ยนหรือใช้งานซ้ำได้ ซึ่งเดลล์ประเมินว่าปริมาณคาร์บอนที่ใช้ตลอดกระบวนการจะลดลงถึง 50% ไฮไลท์ของ Concept Luna ที่ทำให้ลดการใช้พลังงานเช่น การลดขนาดเมนบอร์ดลง ทำให้ใช้พลังงานการผลิตน้อยลงตาม การดีไซน์ภายในใหม่ทำให้พึ่งพาพัดลมน้อยลง ใช้แบตเตอรี่ที่เล็กลง แต่ยังได้ประสิทธิภาพ และตัวบอดี้ผลิตโดยใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ Concept Luna ยังส่งเสริมแนวทางการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ง่ายขึ้น ลดจำนวนสกรูลงเหลือ 4 ตัวเท่านั้น งานประกอบมีขนาดระดับฝ่ามือที่ไม่ยากในการถอดเปลี่ยน สถานะของโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อนำมาใช้กับโน้ตบุ๊คของเดลล์ในอนาคต ที่มา: Dell
# สมาคมแพลตฟอร์มวิดีโอและช่องทีวีจีนออกกฎคัดกรองคอนเทนต์ ห้ามชวนเล่นเงินคริปโต, ห้ามอวดรวย, ล้อเลียนผู้นำ China's Netcasting Services Association สมาคมที่รวมเอาทั้งช่องทีวีและแพลตฟอร์มวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตของจีนรวมกว่า 700 ราย ออกแนวทางการคัดกรองคอนเทนต์ให้สมาชิก โดยรายการมี 100 ประเภทคอนเทนต์ต้องห้าม ในบรรดา 100 ข้อต้องห้าม หลายข้ออาจจะตรงกับแนวทางทั่วไปที่หลายชาติใช้งาน เช่น ห้ามเนื้อหารุนแรง หรือเนื้อหาลามกอนาจาร แต่หลายข้อก็เป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างเฉพาะกับจีน เช่น ปฎิเสธหรือต่อต้านแนวทางสังคมนิยมมาร์กซิส ปฎิเสธความสำเร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ยึดตามนโยบายจีนเดียว มีข้อความสนับสนุนเอกราช ไต้หวัน, ฮ่องกง, ทิเบต, หรือซินเจียง มีนักแสดงหรือองค์กรที่ไม่สนับสนุนนโยบายจีนเดียวอยู่ในวิดีโอ ล้อเลียนหรือเลียนแบบผู้นำจีน หรือพรรค เนื้อหาพ่อมดหมอผี เนื้อหาอวดรวย สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส เนื้อหาสนับสนุนการขุดเงินคริปโต, การซื้อขายหรือเก็งกำไรเงินคริปโต กฎการควบคุมเนื้อหาของจีนนั้นมักมีเงื่อนไขมากกว่าชาติอื่นๆ เป็นปกติ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีแนวทางการพิจารณาเกมที่มีกฎค่อนข้างละเอียด เช่น ห้ามมีเลือด หรือห้ามมีหมอดู ที่มา - CNSA, The Register ภาพโดย 200degrees
# Xiaomi ออก Xiaomi TV Stick รุ่นใหม่ 4K, ใช้ Android TV 11, รองรับ AV1 Xiaomi ออกอุปกรณ์เสียบทีวีรุ่นใหม่ Xiaomi TV Stick 4K มาแบบเงียบๆ โดยไม่มีประกาศข่าว แต่ขึ้นข้อมูลผลิตภัณฑ์บนหน้าเว็บแล้ว Xiaomi TV Stick 4K ถือเป็นรุ่นอัพเกรดของ Mi TV Stick (สังเกตว่าสินค้ารุ่นใหม่ไม่มีคำว่า Mi ตามนโยบายแบรนด์แบบใหม่ ที่ใช้คำว่า Xiaomi อย่างเดียว ไม่มีคำว่า Mi อีกต่อไป) โดยฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญก็ตามชื่อคือ รองรับภาพความละเอียด 4K สเปกอย่างอื่นคือ ซีพียูควอดคอร์ Arm Cortex-A53 ไม่ระบุรุ่น (คาดว่าเป็น Amlogic S905Y4), จีพียู Mali-G31 MP2, แรม 2GB, สตอเรจ 8GB, ระบบปฏิบัติการ Android TV 11 และรองรับการถอดรหัสวิดีโอ AV1 ที่ตัวฮาร์ดแวร์ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลราคาและวันวางขายของ Xiaomi TV Stick 4K แต่คาดว่าน่าจะขายในราคาเท่าเดิมคือ 54.99 ดอลลาร์ หรือราคาไทยคือ 1,490 บาท ที่มา - Xiaomi via XDA
# เกม S.T.A.L.K.E.R. 2 ประกาศขาย NFT, โดนแฟนถล่มยับ ต้องยกเลิกแผนใน 24 ชม. S.T.A.L.K.E.R. 2 เกมยิงแนวเอาตัวรอดในยุคหลังสงครามนิวเคลียร์ จาก GSC Game World สตูดิโอเกมจากยูเครน ถือเป็นภาคต่อของเกม S.T.A.L.K.E.R. ที่ออกในช่วงปี 2007-2009 โดยเกมภาค 2 มีกำหนดออกในเดือนเมษายน 2022 ด้วยเหตุผลอันใดก็ไม่ทราบได้ GSC Game World เพิ่งประกาศว่าจะขายสินค้า NFT ในเกม ด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาว่า "ต้องการเงิน" แต่ยังไม่ได้บอกรายละเอียดของรูปแบบมากนัก บอกแค่ว่าจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ปฏิกิริยาของแฟนๆ ก็คาดเดาได้ไม่ยาก สุดท้ายเมื่อข่าวออกไปแล้ว 24 ชั่วโมง ทาง GSC ก็ต้องกลับลำ ออกมาประกาศยกเลิกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ NFT พร้อมกับขอโทษแฟนๆ ที่ตัดสินใจเรื่องนี้ผิดพลาดไป ที่มา - Kotaku
# พบ Log4j ยังมีช่องโหว่บางกรณี แฮกเกอร์ส่งโค้ดเข้าไปรันได้ ต้องอัพเป็น 2.16.0 นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2021-44228 ร้ายแรงสูงในแพ็กเกจ Log4j ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทางโครงการจะแพตช์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็พบช่องโหว่ระดับปานกลาง CVE-2021-45046 แต่หลังจากศึกษาเพิ่มเติมก็เป็นไปได้ว่าช่องโหว่ CVE-2021-45046 นี้อาจจะกลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรงสูง แม้จะเบากว่าช่องโหว่แรกก็ตาม CVE-2021-45046 เกิดจากการปิด message lookup (พยายามแทนค่าใน log ด้วยข้อมูลภายนอก) ไม่ครบถ้วน โดยออปเจกต์ ThreadContext ยังคง lookup อยู่ แม้จะเปิดตัวเลือก formatMsgNoLookups สั่งไม่ให้ lookup ไปแล้วก็ตาม การใช้งานรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ไม่ได้ใช้งานทั่วไป และ Log4j เองก็ปิดการดาวน์โหลดโค้ดจากภายนอกไว้แล้ว ทำให้ช่วงแรกนักวิจัยมองว่าช่องโหว่นี้มีความร้ายแรงต่ำ แต่ล่าสุด Alvaro Muñoz, Márcio Almeida, และ Tony Torralba ก็รายงานว่าพบวิธีการหลอกให้ Log4j ดาวน์โหลดโค้ดจากอินเทอร์เน็ต แม้คอนฟิกเริ่มต้นใน allowedLdapHost จะอนุญาตเฉพาะ localhost ก็ตาม ส่งผลให้หากแอปพลิเคชั่นใช้ออปเจกต์ ThreadContext เขียน log อยู่ก็จะถูกโจมตีด้วยการดาวน์โหลดโค้ดภายนอกได้ ทาง LunaSec มองว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ ช่องโหว่ CVE-2021-45046 มีความร้ายแรง CVSS 9.0 เปลี่ยนจากการโจมตี DOS เพื่อให้แอปพลิเคชั่นแครช กลายเป็นการโจมตีเพื่อรันโค้ดในเครื่องของเหยื่ออย่างจำกัด (ต้องใช้งานไลบรารีในรูปแบบเฉพาะตัว) สำหรับองค์กรที่ต้องการแพตช์ สามารถใช้ Log4j เวอร์ชั่น 2.16.0 ที่ปิด JNDI เป็นค่าเริ่มต้น ที่มา - LunaSec
# รีวิว ASUS ExpertBook B1400 โน้ตบุ๊กสายธุรกิจรุ่นเริ่มต้น ตอบโจทย์ทำงานและเรียนแบบไฮบริด การเรียนและทำงานในยุคหลังโควิด คงไม่ใช่แค่อยู่ในออฟฟิศ ห้องเรียน หรือแค่ที่บ้านอีกต่อไป แต่คงกลายเป็นแบบไฮบริด ที่ทุกสถานที่กลายเป็นที่ทำงานหรือห้องเรียนออนไลน์ได้ การมีโน้ตบุ๊กที่พร้อมพกพาไปทุกที่ในราคาไม่แพง แต่เสปกจัดเต็ม คงเป็นอะไรที่เหมาะกับเฟิร์สจ็อบเบอร์ หรือแม้แต่นักศึกษาที่มีงบประมาณจำกัด ASUS ExpertBook B1400 เป็นโน้ตบุ๊กทำงานรุ่นเริ่มต้นที่น่าจะเข้ามาตอบโจทย์การทำงานและเรียนแบบไฮบริด และการทำกิจกรรมทั่วไป ทั้งเรียนออนไลน์ ประชุมงาน ทำงานเอกสาร หรือทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบหายห่วง นอกจากจะมาพร้อมซีพียู Intel 11th Gen รุ่นล่าสุดแล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi รุ่นล่าสุด คือ Wi-Fi 6 และ ตัวเลือก Windows 10 Pro ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลุ่มอุปกรณ์สำหรับธุรกิจและตอบโจทย์ในด้านมาตรฐานทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย การออกแบบ และประสบการณ์การใช้งาน สเปก ASUS ExpertBook B1400 หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล (FullHD) ซีพียู Intel Core i7-1165G7 ชิปกราฟฟิก Intel Iris Xe แรม 16GB SSD NVMe PCIe Gen 3.0 ความจุ 1TB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2 พอร์ตเชื่อมต่อ USB 2.0 Type-A x1, USB 3.2 Gen 1 Type-C รองรับ Power Deliver x1, USB 3.2 Gen 2 Type-A x2, HDMI 1.4, VGA, Ethernet x1, พอร์ตหูฟัง 3.5 มม. แบบคอมโบ, ที่อ่านการ์ด MicroSD (เฉพาะในรุ่น ExpertBook B1500), Kensington lock เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่ปุ่มเปิดปิด กล้องหน้า 720p พร้อม Webcam Shield ปิดกล้อง แบตเตอรี่ 42 Whr น้ำหนัก 1.45 กิโลกรัม หมายเหตุ: สเปกจำหน่ายจริงอาจแตกต่างออกไปจากเครื่องรีวิวได้ ด้านประสิทธิภาพ ASUS ExpertBook B1400 มาพร้อมซีพียู Intel Core 11th Gen รุ่นล่าสุด ในเครื่องรีวิวเป็นรุ่น Core i7-1165G7 พร้อมแรม 16GB หมดห่วงเรื่องการทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน มาพร้อมชิปกราฟฟิกออนบอร์ด Intel Iris Xe ที่ใช้ในงานแต่งภาพเบื้องต้นได้ SSD ก็ให้มาแบบ NVMe PCIe 3.0 ความจุสูงสุด 1TB หายห่วงเรื่องความเร็วเขียนอ่าน สามามารถดูรายละเอียดการทดสอบในโปรแกรมต่างๆ ได้ในส่วนถัดไป ผลทดสอบจาก Cinebench R20 เริ่มที่โปรแกรม Cinebench R20 ซึ่งเป็นโปรแกรมทดสอบการประมวลผลภาพและวิดีโอของซีพียู ซึ่งระดับความแรงของ Core i7-1165G7 ในด้าน Single Core ได้มากกว่าซีพียูเดสก์ท็อปเจ็นเก่ารุ่น Core-i7 7700K ส่วนในด้าน Multi Core ก็ได้คะแนนน้อยกว่าแค่ไม่กี่ร้อยคะแนน และยังอยู่ในระดับเดียวกัน ถือว่าทำได้น่าประทับใจ คะแนน Cinebench R20 แบบ Single Core คะแนน Cinebench R20 แบบ Multi Core ทดสอบการใช้งานจริง ด้วย PCMark 10 สำหรับโปรแกรมถัดมาอย่าง PCMark 10 ที่ทดสอบเครื่องด้วยการทำงานจริง ทั้งเปิดโปรแกรม ทดสอบการใช้งานโปรแกรมพิมพ์งาน คำนวณสเปรดชีท การใช้งานเว็บบราวเซอร์ ไปจนถึงวิดีโอคอล และแต่งภาพกับวิดีโอเบื้องต้น ก็ทำคะแนนได้ดี ฝั่ง Essentials หรือโประสิทธิภาพที่สำคัญในการทำงานอย่างการเปิดแอป วิดีโอคอล และเว็บบราวเซอร์ ทำไปได้ถึง 9,992 คะแนน CrystalDiskMark ด้านความเร็วการอ่านเขียนของ SSD ทดสอบโดยโปรแกรม CrystalDiskMark พบว่าความเร็ว Sequential Read แบบ 8 แทสก์ใน 1 เธรด (Q8T1) อยู่ที่ราว 2400 MB/s ส่วน Sequential Write อยู่ที่ราว 1800 MB/s และสำหรับแบบ 1 แทสก์ใน 1 เธรด (Q1T1) ความเร็ว Sequential Read อยู่ที่ 1600 MB/s และ Sequential Write อยู่ที่ราว 1700 MB/s เป็นระดับความเร็วที่เปิดใช้งานทุกโปรแกรมและส่งไฟล์ได้รวดเร็วแน่นอน ด้านความปลอดภัย ด้านความปลอดภัยก็ให้มาครบทุกรูปแบบสมเป็นโน้ตบุ๊กธุรกิจ ทั้งชิป TPM 2.0, Kensington Lock ตัวเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ และ Webcam Shield ทำให้ไม่ต้องกลัวข้อมูลจะรั่วไหล หรือโดนแอบมองผ่านกล้อง Webcam หน้าจอ Full HD กล้องเว็บแคม 720p หน้าจอเป็นจอ LCD แพแนลแบบ IPS ความละเอียด Full HD คมชัดสบายตา ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว บนจอมาพร้อมกล้องเว็บแคม 720p ที่มี Webcam Shield ถ้าไม่ชัวร์ว่าปิดกล้องหรือยังตอนประชุมหรือเรียนออนไลน์ ก็สามารถเลื่อน Webcam Shield มาปิดได้เพื่อความชัวร์ และเพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมไมค์ที่มีเทคโนโลยี AI noise-canceling ของ ASUS ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ทนหายห่วง บานพับกางได้ 180 องศา ไม่ต้องกลัวว่าพกเครื่องนี้ไปไหนมาไหน หิ้วไปหิ้วมาแล้วจะเกิดพัง ข้อมูลหาย เพราะ ASUS ExpertBook B1400 ผ่านการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD 810H ของกองทัพสหรัฐฯ จะการกดทับ การสั่นสะเทือน การกระแทก ก็ทนได้ ไว้ใจได้ ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง คีย์บอร์ดแบบ Ergo Lift ไม่เมื่อยนิ้ว ระบายความร้อนดีขึ้น บานพับของเครื่องยังกางได้ 180 องศา จะกางให้เพื่อนดูเวลาทำงานกลุ่ม หรือประชุมงานก็ทำได้ ไม่ต้องกลัวข้อต่อหัก แถมรูปแบบของคีย์บอร์ดยังมาในแบบ ErgoLift เมื่อกางหน้าจอออกจะยกคีย์บอร์ดสูงจากแนวระนาบเล็กน้อย ช่วยให้พิมพ์ได้สะดวกขึ้น และระบายอากาศใต้เครื่องได้ดีขึ้น ส่วนการทำงานที่ต้องใช้ตัวเลข ก็มี NumPad บน TouchPad มาให้ ทำให้แม้คีย์บอร์ดจะไม่มีปุ่มตัวเลข แต่ก็คีย์ข้อมูลได้แบบสบายๆ พอร์ตเชื่อมต่อครบ พรีเซ็นต์งานได้สบาย ExpertBook B1400 ให้พอร์ตเชื่อมต่อมาทั้ง USB-A, USB-C และ VGA กับ HDMI 1.4 และพอร์ตสายแลน พร้อมเชื่อมต่อทุกเครื่อง หมดห่วงเรื่องต้องพกตัวเชื่อมต่อเพิ่มเพื่อไปพรีเซ็นต์งานข้างนอก จะโอนถ่ายข้อมูลจากเม็มลงเครื่องก็ทำได้สะดวก ไม่ต้องไปหาตัวอ่านแยกจากที่อื่น สรุป ASUS ExpertBook B1400 เป็นโน้ตบุ๊กอีกรุ่นที่ตอบโจทย์การเรียนและการทำงานในยุคไฮบริด ที่การทำงานและการเรียนไม่ได้เป็นแบบเดิมๆ อีกต่อไป ทั้งสเปกที่ให้มาครบครัน เช่นซีพียู Intel 11th Gen, SSD และการรองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2 แถมยังมาพร้อมความปลอดภัยของ Kensington lock, Webcam Shield และความคงทนระดับ MIL-STD 810H ในราคาเริ่มต้นที่ 14,590 บาท ถือได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับทั้งวัยทำงานและนักเรียนนักศึกษา
# พนักงานหญิง 6 คน ฟ้อง Tesla ข้อหาปล่อยให้มีการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน พนักงานหญิง 6 คน ยื่นเรื่องฟ้อง Tesla กับศาลแคลิฟอร์เนียแยกกันคนละคดี แต่ประเด็นโดยร่วมคือข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการล่วงละเมิดทางเพศในโรงงานที่เมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และในโรงงานอื่น โดยพนักงานหญิงเหล่านี้ระบุว่า ถูกคุกคามด้วยการวิจารณ์ที่ไม่เหมาะสม การแซว (catcalling) การสัมผัสที่ไม่เหมาะสม และพฤติกรรมเหยียดเพศ หนึ่งในพนักงานหญิงที่ยื่นฟ้อง ชื่อ Eden Mederos ให้สัมภาษณ์กับ The Washington Post เพิ่มเติมว่าการที่ Elon Musk ชอบโพสต์หรือทำอะไรที่ดูสองแง่สองง่าม เช่นการพูดถึงการตั้งชื่อรุ่นรถ Tesla ว่านำมาร่วมเป็นคำว่า “S3XY” รวมถึงมุก “69” และ “420” มีส่วนส่งเสริมวัฒนธรรมล่วงละเมิดทางเพศในสำนักงาน และยิ่งทำให้พนักงานชายคนอื่นเล่นมุกสองแง่สองง่ามในที่ทำงานมากขึ้น ส่วน Alize Brown ที่เริ่มงานกับ Tesla ตอนอายุ 21 หลังเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน ก็ระบุว่าการทำงานในโรงงานที่ฟรีมอนต์เหมือนเป็นฝันร้าย พนักงานชายชอบแซวคราบนมแม่บนหน้าอกของเธอ แซวว่าเธอเป็น “แม่วัว” แซวก้นของเธอ และอื่นๆ จนเธอต้องใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพื่อเลี่ยงการโดนล้อ และยังกระทบต่อสภาพจิตใจของเธอในปัจจุบัน แม้เธอจะถูกไล่ออกจากบริษัทแล้วก็ตาม ภาพโรงงาน Tesla ที่ฟรีมอนต์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Tesla ถูกฟ้องในประเด็นนี้ เพราะเมื่อเดือนก่อน Jessica Barraza ก็ยื่นฟ้อง Tesla ในประเด็นล่วงละเมิดทางเพศในสำนักงานเช่นกัน ส่วน Tesla เอง มีหนังสือสัญญาให้พนักงานหลายส่วนเซ็นยอมรับในการห้ามฟ้องศาลหากเกิดปัญหาในที่ทำงาน แต่ให้ใช้เป็นการไกล่เกลี่ยแทน ซึ่งทนายความบางส่วนที่ทำคดีล่วงละเมิดทางเพศให้พนักงาน พยายามโต้แย้งว่าสัญญาเหล่านี้บังคับใช้ไม่ได้ The Washington Post ติดต่อไปสอบถามกับทาง Tesla ในเรื่องนี้โดยตรงแล้ว โดยยังไม่ได้คำตอบใดๆ อย่างเป็นทางการ ที่มา - The Washington Post
# Sidewalk Labs บริษัทด้านสมาร์ทซิตี้ของ Alphabet ปิดตัว ยุบรวมเข้ากับกูเกิล Sidewalk Labs บริษัทลูกด้านสมาร์ทซิตี้ในเครือ Alphabet ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2015 ประกาศปิดตัวแล้ว โดย Daniel Doctoroff ผู้ก่อตั้งและซีอีโอประกาศลาออกเพื่อไปรักษาตัวจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ที่เขาเพิ่งตรวจพบ ผลงานโครงการต่างๆ ของ Sidewalk Labs เช่น Pebble ระบบเก็บข้อมูลพื้นที่จอดรถแบบเรียลไทม์, Mesa ระบบจัดการพลังงานภายในอาคาร, Delve ระบบวางผังเมือง ฯลฯ จะถูกยุบเข้าไปรวมกับกูเกิล โดยทีม Sidewalk Labs เดิมจะกลายเป็นทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเมืองยั่งยืนของกูเกิลแทน ส่วน Canopy Buildings โรงงานผลิตไม้อัดสำหรับก่อสร้าง (mass timber buildings factory) จะถูกผลักดันให้เป็นบริษัทอิสระ แยกจาก Alphabet ที่มา - Sidewalk Labs
# Python 3.6 หมดระยะซัพพอร์ต 5 ปี หลังจากนั้นไม่มีแพตช์แล้ว Python 3.6 กำลังจะหมดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 23 ธันวาคม 2021 เนื่องจากมีอายุครบ 5 ปีเต็ม (ออกธันวาคม 2016) หลังจากนั้นไปจะไม่มีแพตช์ความปลอดภัยอีก ผู้ใช้ควรอัพเกรดไปใช้ Python เวอร์ชันที่ใหม่ขึ้น เวอร์ชันปัจจุบันของ Python คือ 3.10 โดยเปลี่ยนระบบการออกรุ่นมาออกปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี จากสถิติของ PyPI พบว่ายังมีการดาวน์โหลดแพ็กเกจสำหรับ Python 3.6 ในสัดส่วนที่เยอะพอสมควรคือ 17.39% ของแพ็กเกจทั้งหมด (เวอร์ชันยอดนิยมคือ Python 3.7 ตามด้วย Python 3.8 ส่วน 3.6 ตามมาเป็นอันดับสาม) ที่มา - The New Stack
# Melania Trump อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เข้าวงการ NFT ขายภาพวาดดวงตาของเธอ Melania Trump อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ภรรยาของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump เข้าสู่วงการ NFT แล้ว โดยประกาศขายภาพวาดสีน้ำชื่อ Melania’s Vision ที่แสดงให้เห็น "ดวงตาสีฟ้าโคบอลต์ของเธอ" ในราคา 1 เหรียญ Solana (SOL) คิดเป็นเงินจริงประมาณ 150 ดอลลาร์ ภาพวาดนี้วาดโดยศิลปิน Marc-Antoine Coulon โดยผู้ซื้อจะยังได้ไฟล์เสียงพูดแสดงถึงความหวังของ Melania ด้วย และรายได้บางส่วนจาก NFT จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อเด็กๆ Melania ยังระบุว่าจะขายสินค้า NFT อื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ MelaniaTrump.com ช่วงหลัง เราเห็นคนดังหลายรายหันมาขายสินค้าดิจิทัลแบบ NFT เช่น Lionel Messi, Usain Bolt, Tom Brady, Justin Bieber เป็นต้น ที่มา - Guardian
# Rancher Desktop เปิดให้เลือกเอนจิน Moby ใช้กับคำสั่ง docker แทน Docker Desktop ได้ Rancher Desktop ซอฟต์แวร์ Kubernetes สำหรับนักพัฒนาออกเวอร์ชั่น 0.7 มีฟีเจอร์สำคัญคือให้เลือกระหว่างเอนจิน containerd และ Moby (โครงการโอเพนซอร์สของ Docker) ทำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้ง Rancher Desktop สามารถใช้งานผ่านคำสั่ง docker ได้ เวอร์ชั่นนี้ออกมาพอดีกับช่วงเวลาที่ Docker Desktop กำลังเตรียมคิดค่าใช้งาน ในวันที่ 31 มกราคมนี้ ฟีเจอร์นี้ทำให้ผู้ใช้ Rancher Desktop สามารถใช้งานคำสั่ง docker หรือ docker-compose ได้โดยตรง แม้จะไม่ได้ใช้งาน Kubernetes ก็ตามที ผู้ใช้ Rancher Desktop ที่ไม่ต้องการใช้คำสั่ง docker ยังคงเลือกใช้เอนจิน containerd ได้เช่นเดิม แต่สามารถเลือกใช้งานได้ทีละเอนจินเท่านั้น ตัว Rancher Desktop นั้นเป็นโครงการโอเพนซอร์สใช้สัญญาอนุญาตแบบ Apache 2.0 ต่างจาก Docker Desktop ที่ไม่ใช่โครงการโอเพนซอร์สแต่แรก เพียงแต่เปิดให้ใช้งานได้ฟรีในช่วงแรก ที่มา - SUSE
# น่าอิจฉา Amazon ให้สิทธิ์สมาชิก Prime ในสหรัฐ ซื้อ PS5 และ Xbox Series X ได้ก่อนคนอื่น สมาชิกทวิตเตอร์ @Wario64 พบว่า Amazon เตรียมให้สิทธิ์สมาชิก Amazon Prime ในสหรัฐฯ ได้สิทธิ์ซื้อเครื่อง PS5 รุ่นใส่แผ่น และ Xbox Series X บนเว็บไซต์ก่อนผู้ใช้ทั่วไป โดยจะได้สิทธิ์ priority access ในการซื้อ ภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ แม้ปัจจุบันของยังหมดอยู่ แนวทางการจำกัดเฉพาะสมาชิกเพื่อซื้อ PS5 มีมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Walmart ก็กันโควต้า PS5 ให้กับสมาชิก Walmart Plus เช่นกัน เช้าวันนี้ Sony ประเทศไทยเปิดจอง PS5 อีกครั้ง แต่ของก็หมดอย่างรวดเร็วเช่นเคย เพราะมีแค่สองชุดคือชุดธรรมดา และชุดรวมทีวี ไม่มีอีกตัวเลือกคือ ชุดธรรมดา+จอย DualSense เพิ่มหนึ่งจอยเหมือนรอบก่อนๆ และสำหรับประเทศไทยที่ยังไม่มีบริการ Amazon Prime สำหรับซื้อสินค้าบนเว็บอย่างเป็นทางการ ก็อาจจะต้องฝากหิ้ว หรือซื้อเครื่องรีเซลล์กันไปก่อน ที่มา - @Wario64 via OnMSFT
# [ไม่ยืนยัน] Apple ตั้งเป้าพัฒนาชิปสื่อสาร, รับส่งสัญญาณทุกอย่างภายในอุปกรณ์ของตัวเองทั้งหมด Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังเปิดรับวิศวกรมาร่วมงานที่สำนักงานในเมือง Irvine ตอนใต้ของ LA เพื่อพัฒนาชิปสื่อสารและรับส่งสัญญาณวิทยุ สัญญาณไร้สายภายในอุปกรณ์ของตัวเองทั้งหมด แทนที่ชิปที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่สั่งจาก Broadcom และ Skyworks ปีที่แล้วก็มีรายงานว่า Apple กำลังพัฒนาชิป Modem ของตัวเอง เพื่อใช้แทนชิป Qualcomm หลังจากประสบความสำเร็จพัฒนาชิปสื่อสารของตัวเองไปแล้วบางส่วน นอกจากชิป M1 อันลือลั่นก็มีชิป U1 สำหรับระบุระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ใน AirTags และ H1 ที่มาช่วยเรื่องการเชื่อมต่อบลูทูธ แม้ Intel ที่เสียรายได้จาก Apple ไปแล้วแต่ก็ยังคงสามารถสร้างรายได้ทางอื่นได้อยู่ เช่นเดียวกับ Qualcomm หาก Apple พัฒนาชิปโมเด็มของตัวเองสำเร็จ แต่กรณีของ Broadcom และ Skyworks อาจส่งผลกระทบมากกว่า เพราะสัดส่วนรายได้บริษัทมาจาก Apple ถึง 20% และ 60% ตามลำดับ ที่มา - Bloomberg
# ไทยหายจากหน้าสถิติ Pornhub โดยสิ้นเชิง ฟิลิปปินส์ครองแชมป์ดูนานสุดต่อครั้งแทน Pornhub เปิดสถิติ 2021 Year In Review หลังเว้นปี 2020 ไป ปีนี้บ้านเราหายไปจากหน้าสถิติของ Pornhub โดยสิ้นเชิง หลังถูกบล็อกไปเมื่อปีก่อน จากเดิมที่ไทยเคยครองตำแหน่งประเทศที่เข้าชมมากสุดอันดับ 17 และครองแชม์ประเทศใช้เวลาบนเว็บนานที่สุดต่อการเข้าชมหนึ่งครั้ง ในการจัดอันดับปี 2019 ซึ่งปีนี้ฟิลิปปินส์ครองแชมป์ไปแทน สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจ คำว่า Hentai ครองแชมป์คำค้นหาที่มาแรงที่สุด แชมป์ประเทศที่คนดูมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ดาราหนังผู้ใหญ่อันดับหนึ่งคือ Lana Rhoades ส่วนดารามือสมัครเล่นอันดับหนึ่งได้แก่ yinyleon ประเภทคอนเทนต์ที่คนดูมากที่สุดได้แก่ Japanese ยอดผู้ชมหญิงโต 5% คิดเป็น 35% จากทั้งหมด ผู้ใช้ส่วนใหญ่ดูบนมือถือ Harley Quinn ครองแชมป์ตัวละครจากหนังที่มีคนค้นหามากที่สุด ตามด้วย Wonder Woman ส่วนรายการทีวีและการ์ตูน แชมป์คือ The Simpsons ฝั่งวิดีโอเกม Fortnite ยังครองแชมป์ ส่วนตัวละครเกมที่มีผู้ค้นหามากที่สุดคือ Lara Croft จากเกม Tomb Raider ตามด้วย D.Va จาก Overwatch ดูท่าการบล็อกของรัฐบาลไทยจะส่งผลต่อผู้ที่ดู Pornhub ในไทยมากพอสมควร จากที่ไทยเคยติดอันดับ กลับหายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะปัจจุบันต้องใช้ VPN หรือไม่ก็เปลี่ยน DNS หรือใช้วิธีอื่นเข้าชม Pornhub ทำให้คนไทยหันไปดูคอนเทนต์ผู้ใหญ่ช่องทางอื่นที่สะดวกกว่าแทน ที่มา - Pornhub Insights 2021 Year In Review
# ก.คลังสหรัฐ แบนบริษัทจีน 8 รายเกี่ยวข้องสอดส่องอุยกูร์, DJI โดนคำสั่งห้ามลงทุน กระทรวงการคลังสหรัฐ (Department of the Treasury) ออกคำสั่งแบนบริษัทเทคโนโลยีจีน 8 ราย ที่สนับสนุนการสอดส่องชาวมุสลิมอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียงของประเทศจีน คำสั่งแบนนี้มีผลให้บุคคลในสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นของบริษัทเหล่านี้ในตลาดหลักทรัพย์ได้ บริษัทเทคโนโลยีจีนทั้ง 8 รายได้แก่ Cloudwalk Technology Co., Ltd. ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า ที่รัฐบาลจีนใช้จดจำชาวทิเบตและอุยกูร์ Dawning Information Industry Co., Ltd. ผู้พัฒนาระบบ big data ให้กองทัพจีน Leon Technology Company Limited ผู้พัฒนาระบบสอดส่องให้รัฐบาลจีน Megvii Technology Limited ผู้พัฒนาระบบสอดส่อง โดยเฉพาะระบบ AI แยกแยะบุคคล ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐระบุว่าเทคโนโลยีของ Megvii ส่งมาขายในประเทศไทยด้วย Netposa Technologies Limited ผู้พัฒนาฐานข้อมูลใบหน้า ที่มีทั้งข้อมูลใบหน้าและ GPS ตามพิกัด ใช้กับคน 2.5 ล้านคนในซินเจียง SZ DJI Technology Co., Ltd. ผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของโลก ให้หน่วยงานซินเจียงใช้บินโดรนสอดส่อง Xiamen Meiya Pico Information Co., Ltd. ผู้พัฒนาแอพมือถือสำหรับตามรอยข้อมูลในมือถือของประชาชน Yitu Limited. ผู้พัฒนาระบบจดจำใบหน้า และใช้กับกล้องวงจรปิดในประเทศจีน กรณีของ DJI เคยถูกกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐสั่งแบนทำการค้ามาแล้วตั้งแต่ปี 2020 คำสั่งนี้ของกระทรวงการคลังเป็นการแบนห้ามซื้อขายหุ้นด้วย ที่มา - U.S. Department of the Treasury
# [ลือ] Oracle สนใจซื้อกิจการ Cerner บริษัทด้าน IT Heathcare มูลค่าดีลสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ The Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเผยว่า ออราเคิลกำลังเจรจาเพื่อซื้อกิจการ Cerner Corp บริษัทผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ สำหรับระบบ IT ในสายสุขภาพการแพทย์ มูลค่าดีลอาจสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ Cerner พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับโรงพยาบาลและบุคลากรการแพทย์ ใช้การเก็บข้อมูลผู้ป่วยตลอดจนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องบนคลาวด์ มูลค่ากิจการปัจจุบันตามราคาในตลาดหุ้นคือ 23,000 ล้านดอลลาร์ ประเมินว่าดีลดังกล่าวจะทำให้ออราเคิลเข้าสู่ธุรกิจผู้ให้บริการบนคลาวด์ที่มากขึ้น และเจาะสู่ตลาดสุขภาพที่ออราเคิลมีความสนใจอยู่แล้ว ที่มา: The Wall Street Journal
# Epic แจกเกมฟรี 15 เกม 15 วัน เริ่มจาก Shenmue 3, คูปองลดราคา 10 ดอลลาร์กลับมาแล้ว Epic Games เริ่มเทศกาลลดราคาช่วงท้ายปี Holiday Sale โดยใช้แนวทางเดียวกับปีที่แล้วคือแจกเกมฟรี 15 วัน 15 เกม ตลอดช่วงปลายปีนี้ เกมแรกที่เปิดตัวมาแล้วคือ Shenmue 3 เกมแอคชั่น-ผจญภัยของ Sega ที่ออกเมื่อปี 2019 สามารถกดรับสิทธิได้จนถึง 23.00 น. ของวันนี้ (17 ธันวาคม) นอกจากเกมฟรีแล้ว ระบบคูปองอันเลื่องชื่อของ Epic ที่ลด 10 ดอลลาร์ เมื่อซื้อเกม 14.99 ดอลลาร์ และใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน ก็นำกลับมาด้วย (ราคาคิดเป็นเงินไทยคือ ลด 300 บาท สำหรับเกมราคา 399 บาทขึ้นไป) ใครที่รอซื้อเกมถูกในช่วงนี้ ก็กดเข้าไปดูรายชื่อเกมลดราคากันได้ เกมใหม่ที่ลดราคาในรอบนี้ (บางเกมลดเยอะกว่ารอบ Black Friday Sales ลดเพิ่มอีกเล็กน้อย) ได้แก่ Dead by Daylight ลด 50% เหลือ 184.50 บาท Battlefield 2042 ลด 34% เหลือ 1,055.34 บาท Marvel's Guardian of Galaxy ลด 35% เหลือ 1,293.50 บาท Riders Republic ลด 35% เหลือ 1,040 บาท Back 4 Blood ลด 40% เหลือ 954 บาท Far Cry 6 ลด 35% เหลือ 1,040 บาท Alan Wake Remastered ลด 20% เหลือ 327.20 บาท Kena: Bridge of Spirits ลด 25% เหลือ 414 บาท (ใช้คูปองเหลือ 114 บาท) ที่มา - Epic Games
# Spotify เตรียมเพิ่มระบบให้ดาวกับคอนเทนต์พอดคาสต์ Spotify ประกาศเตรียมเพิ่มระบบให้เรตติ้งรายการพอดคาสต์ โดยจะใช้ระบบดาว 1-5 วิธีการทำงานคือเมื่อฟังรายการพอดคาสต์จบ จะมีการแจ้งเพื่อให้ดาวกับคอนเทนต์นั้น ค่าเฉลี่ยดาวของรายการพอดคาสต์ รวมทั้งจำนวนการถูกให้ดาว จะแสดงเป็นสาธารณะในหน้าของรายการ Spotify บอกว่าระบบดาวนี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นพบรายการใหม่ที่น่าสนใจได้มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตคอนเทนต์ก็ได้รับฟีดแบ็ก ปัจจุบัน Spotify มีพอดคาสต์มากกว่า 3.2 ล้านคอนเทนต์อยู่บนแพลตฟอร์ม ที่มา: Spotify
# Adobe รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด รายได้รวมทำสถิติทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ Adobe รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2021 สิ้นสุดวันที่ 3 ธันวาคม รายได้รวมยังเพิ่มขึ้นทำสถิติต่ออีกไตรมาสเป็น 4,110 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP 1,233 ล้านดอลลาร์ รายได้จากกลุ่มธุรกิจ Digital Media เพิ่มขึ้น 21% เป็น 3.01 พันล้านดอลลาร์ โดย Creative เพิ่มขึ้น 19% เป็น 2.48 พันล้านดอลลาร์ และ Document Cloud เพิ่มขึ้น 29% เป็น 532 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้ทั้งกลุ่มต่อเนื่องใน 1 ปี (ARR) เพิ่มขึ้นเป็น 12,240 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Creative ส่วนอีกกลุ่มธุรกิจ Digital Experience รายได้เพิ่มขึ้น 23% เป็น 1.01 พันล้านดอลลาร์ Shantanu Narayen ซีอีโอ Adobe กล่าวว่าวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำในหมวดสินค้า และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมทั้งฐานลูกค้าเดิม จะยังคงทำให้ Adobe แข็งแร่งตลอดปีการเงิน 2022 และในอนาคต ที่มา: Adobe
# YouTube เผยสถิติ คลิป Minecraft มียอดวิวรวมกันเกิน 1 ล้านล้านวิวแล้ว One Trillion YouTube ประกาศสถิติว่า ยอดวิวรวมของคลิป Minecraft ทั้งหมดทะลุ 1 ล้านล้านครั้ง (1 trillion) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว YouTube ยังทำเว็บรวมสถิติย้อนหลังของคลิป Minecraft ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา โดยไล่ครีเอเตอร์และคลิปดังๆ ในแต่ละช่วงปีด้วย ใครเป็นแฟน Minecraft ตามไปดูกันได้บน เพจพิเศษของ YouTube ที่มา - Minecraft
# The Dropout ซีรีส์เล่าประวัติ Theranos ได้กำหนดฉาย 3 มีนาคม 2022 ทาง Hulu Hulu ประกาศวันฉายมินิซีรีส์เรื่อง "The Dropout" เล่าเรื่องของ Elizabeth Holmes ผู้ก่อตั้งบริษัท Theranos สตาร์ตอัพด้านสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายก็ถูกจับโกหกได้และเป็นคดีในชั้นศาลอยู่ตอนนี้ ซีรีส์เรื่องนี้ได้ Amanda Seyfield มารับบทเป็น Elizabeth Holmes มีกำหนดฉายวันที่ 3 มีนาคม 2022 (สำหรับบ้านเราก็ต้องลุ้นกันว่าจะได้ดูใน Disney+ Hotstar หรือไม่) เรื่องราวของ Theranos ถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์บ้างแล้ว โดย HBO เคยทำสารคดีชื่อ The Inventor เมื่อปี 2018 และหนังสือที่เล่าประวัติ Theranos ชื่อว่า Bad Blood อยู่ระหว่างการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ แสดงโดย Jennifer Lawrence และจะฉายทาง Apple TV+ โดยยังไม่ระบุช่วงเวลา ที่มา - Hulu, Engadget
# Windows 11 จะเปลี่ยนมาใช้ Windows Terminal เป็นดีฟอลต์ในปี 2022 ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะใช้ Windows Terminal เป็นแอพเทอร์มินัลแบบดีฟอลต์ของ Windows 11 มีผลในปี 2022 (ยังไม่ระบุเดือน) ที่ผ่านมา Windows ใช้แอพเทอร์มินัลตัวเก่าชื่อ Windows Console Host ซึ่งมี shell ให้เลือกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Command Prompt (cmd.exe) หรือ PowerShell โดยผู้ใช้สามารถเลือก shell ตามที่ต้องการได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแอพเทอร์มินัลที่เป็นดีฟอลต์ได้ แบบเดียวกับที่เราเปลี่ยนค่าเบราว์เซอร์ดีฟอลต์ของระบบได้ สิ่งที่ไมโครซอฟท์จะทำใน Windows 11 คือเปิดให้ตั้งค่าแอพเทอร์มินัลที่ชอบได้เอง โดยบอกว่าจะเริ่มจากใน Windows Insider ก่อน แล้วค่อยๆ ทยอยขยายกลุ่มผู้ใช้ไปเรื่อยๆ จนได้ใช้กันทุกคน Windows Terminal เป็นแอพจำลองเทอร์มินัลตัวใหม่ที่ไมโครซอฟท์เริ่มทำในปี 2019 และออกเวอร์ชัน 1.0 ในปี 2020 โดยใช้กระบวนการพัฒนาแบบเปิดซอร์สโค้ดบน GitHub ที่มา - Microsoft
# AIS Fibre เปิดแพ็กเกจ 2Gbps/500Mbps วิ่งผ่านแลน 2.5GbE AIS Fibre เปิดบริการแพ็กเกจ 2Gbps/500Mbps เดือนละ 1,299 บาท โดยความสำคัญคือการเปลี่ยน WAN เป็น 2.5GbE โดยไม่มีเราท์เตอร์ในแพ็กเกจแต่ให้เฉพาะตัวแปลงมาด้วย แพ็กเกจนี้ติดสัญญาแม้จะต้องใช้อุปกรณ์ของลูกค้าเองแต่มีค่าติดตั้ง 4,800 บาท หากยอมติดสัญญา 24 เดือนจะฟรีค่าติดตั้ง นอกจากอินเทอร์เน็ตแล้ว จะได้รับ IPv4 และ IPv6 มาด้วย อุปกรณ์เน็ตเวิร์คแบบ 2.5GbE เริ่มมีราคาถูกลงในช่วงหลังทำให้ตามบ้านน่าจะได้ใช้งานกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เราท์เตอร์กลุ่มใช้งานในบ้าน เช่น ASUS RT-AX5700 หรือ TP-Link Archer AX6000 นั้นยังรองรับ 2.5GbE เฉพาะพอร์ต WAN เท่านั้น แต่พอร์ตแลนปกติยังเป็นพอร์ตกิกะบิต หากต้องการให้คอมพิวเตอร์ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เกิน 1 Gbps คงต้องเชื่อมต่อตรง หรือผ่าน Wi-Fi ซึ่งจะมีข้อจำกัดว่าคุณภาพสัญญาณต้องดีพอ ที่มา - AIS Fibre, @Saran2530
# รู้จัก Analogue Pocket เครื่องเกมบอยรุ่นอัพเกรด ที่เอาของเก่ามาทำให้เก๋าอีกครั้ง Analogue Pocket เป็นเครื่องเกมรูปทรงเกมบอยจากบริษัท Analogue ผู้ผลิตเครื่องเกมเรโทรเจ้าดังที่เคยผลิตเครื่องสำหรับเล่นเกมเก่ามาแล้วหลายรูปแบบ ทั้ง Mega-Sg สำหรับเล่นเกม Mega Saturn, Super NT สำหรับเล่นเกม Super Nintendo และล่าสุดคือเครื่องเกมมือถือ Pocket นี้ Analogue Pocket ใช้หน้าจอแอลซีดีขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 1600x1440 พิกเซล ครอบด้วย Gorilla Glass รองรับ micro SD ชาร์จผ่าน USB-C แบตเตอรี่ 4300mAh เล่นได้ 6-10 ชั่วโมง สแตนด์บายได้ 10 ชั่วโมง มีพอร์ตสายลิงก์ มี Bluetooth และรูหูฟัง 3.5 มม มีอุปกรณ์เสริมเป็น Dock มีพอร์ต HDMI, USB-A x2, USB-C และพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ที่ซื้อเพิ่มได้ Analogue Pocket รองรับเกมจาก Gameboy, Gameboy Color และ Gameboy Advance มากกว่า 2,780 เกม และสามารถซื้อตัวแปลงตลับเพื่อเล่น Game Gear, Neo Geo Pocket Color และ Atari Lynx เพิ่มได้ เกมทั้งหมดต้องใช้ตลับเท่านั้น ไม่รองรับ ROM และไม่ได้รันผ่าน Emulation แต่เป็นการรันโดยใช้ฮาร์ดแวร์ FPGA (field-programmable gate array) ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องกลัวปัญหาบั๊ก Emulator แต่ก็มีข้อเสียคือคนที่ไม่มีตลับเกมเก่าๆ เก็บไว้ ซื้อมาก็ไม่สามารถเล่นอะไรได้ (แต่เครื่องเปิดให้สร้างเกมของตัวเองบน GB Studio แล้วโหลดลงมาเล่นได้ เดาว่าอาจมีคนสร้างเกมที่ “คล้ายๆ” เกมต้นฉบับบน Gameboy อยู่พอสมควร) อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่น่าจะตีตลาดคอดนตรีสายเรโทร หรือคนทำซาวด์แบบ 8bit คือตัวเครื่องมาพร้อมกับโปรแกรมทำดนตรี Nanoloop เชื่อมต่อเครื่องกับ Mac และ PC ได้ด้วยสาย MIDI USB-A สาย MIDI IN และ Analog Sync หรือจะลิงก์สองเครื่องที่เล่นซาวด์แยกกันเป็นสองเลเยอร์ก็ได้ (สายพิเศษทั้งหมดต้องซื้อเพิ่ม) ตัวเครื่องขายอยู่ที่ 219 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7,330 บาท) จากที่ผู้เขียนทดลองกดสั่ง ค่าส่งมากรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 35 ดอลลาร์ (1,170 บาท) รวมเป็น 255 ดอลลาร์ (ราว 8,500 บาท) ตัวเครื่องมีสีขาวกับสีดำ มาพร้อมสาย USB-C อุปกรณ์เสริมอื่นต้องซื้อเพิ่มเอง คอเกมเมอร์ที่ยังมีตลับเกมเก่าๆ อยู่ หรือชาวดนตรีที่อยากทำซาวด์เรโทร สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าร้านของ Analogue ที่มา - Analogue
# เผยโฉมแรกมือถือฝาพับ Huawei P50 Pocket เปิดตัวทางการ 23 ธันวาคมนี้ แอคเคาท์ Weibo ของหนังสือแฟชั่น Harper’s Bazaar เปิดเผยภาพนางแบบที่ถ่ายคู่กับมือถือฝาพับ Huawei P50 Pocket สีทอง แสดงให้เห็นหน้าจอด้านนอกแบบวงกลม คู่กับวงกลมอีกวงที่เป็นโมดูลกล้องหลังและแฟลช Huawei P50 Pocket เป็นมือถือฝาพับคล้าย Galaxy Z Flip 3 แต่หน้าจอด้านหลังทำเป็นวงกลม แทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยม เสปกภายในอื่นๆ ราคา และวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย แต่จะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 23 ธันวาคมนี้ ที่มา - Haper’s Bazaar Weibo via GizmoChina
# Twitter เพิ่มระบบ Auto Caption ใส่ข้อความบรรยายวิดีโอที่อัพโหลดให้อัตโนมัติ Twitter เพิ่มระบบ auto caption ใส่ข้อความบรรยายวิดีโอที่อัพโหลดขึ้นระบบให้อัตโนมัติ (เบื้องหลังใช้ระบบถอดเสียงพูดของไมโครซอฟท์) รองรับทั้งหมด 16 ภาษา ซึ่งเว็บไซต์ TechCrunch ระบุว่ามีภาษาไทยด้วย วิธีการใช้งานคือคนโพสต์อัพโหลดวิดีโอขึ้นตามปกติได้เลย ส่วนคนดูคลิป บนมือถือ iOS/Android ข้อความบรรยายจะแสดงเฉพาะวิดีโอที่ปิดเสียงไว้ (mute) เท่านั้น บนเว็บ จะมีปุ่ม CC ตรงแผงควบคุมการเล่นวิดีโอ เพื่อกดเปิดหรือปิดข้อความได้ ฟีเจอร์ auto caption ของ Twitter จะมีผลเฉพาะวิดีโอที่อัพโหลดใหม่ในช่วงนี้เป็นต้นไป เท่าที่ผมลองเล่นดู ไม่ใช่ทุกคลิปที่มี auto caption ขึ้นให้ (และยังไม่เจอเงื่อนไขว่าคลิปใดบ้างถึงขึ้น) รวมถึงลองกับคลิปเสียงภาษาไทยแล้วก็ยังไม่สามารถแสดงข้อความได้ ตัวอย่างวิดีโอที่มีคำบรรยาย ประกาศของ Twitter ที่มา - TechCrunch
# รัฐบาลไทยจัดซื้อโปรแกรมวิเคราะห์วิดีโอด้วย AI เพื่อความมั่นคง มูลค่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา บริษัท Irisity ผู้ให้บริการด้านโปรแกรมวิเคราะห์วิดีโอด้วย AI สัญชาติสวีเดนระบุว่าได้นำส่งโปรแกรมวิเคราะห์วิดีโอให้กับรัฐบาลไทย เพื่อใช้ในการรักษาความมั่นคงของรัฐทั่วประเทศ ดีลนี้มูลค่าเริ่มต้น 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.34 ล้านบาท แต่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอื่น โดย Irisity ระบุว่าข้อมูลเป็นความลับตามปกติของอุปกรณ์ด้านความมั่นคงและเป็นไปเพื่อการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า Irisity ระบุรายละเอียดของซอฟต์แวร์ IRIS ของบริษัทไว้ว่าสามารถนำไปรวมกับกล้องใหม่หรือระบบกล้องที่มีอยู่แล้วก็ได้ จุดประสงค์ใช้เพื่อความปลอดภัย โดยสามารถตรวจจับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เช่น การบุกรุก อัคคีภัย ความรุนแรง การหกล้ม การเดินเตร็ดเตร่ วัตถุที่ไม่มีคนเฝ้า การเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่ควร การละเมิดกฎระยะห่างโซเชียลดิสแทนซิง และเหตุการณ์แปลกอื่นๆ ยังไม่แน่ชัดว่าการจัดซื้อซอฟต์แวร์นี้ของรัฐบาลไทย เป็นไปเพื่อจุดประสงค์ใด และยังไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลจะเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อนี้แก่สาธารณะหรือไม่ เพราะสามารถอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงเพื่อปกปิดข้อมูลเป็นความลับได้ ภาพโดย Alex Knight ที่มา - Irisity via ประวิตร โรจนพฤกษ์
# รอบใหม่มาแล้ว Sony ประเทศไทย เตรียมเปิดจอง PS5 วันที่ 17 ธันวาคมนี้ 11.00 น. Sony ประเทศไทย เตรียมเปิดจอง PS5 รอบใหม่ ผ่านช่องทาง Sony Store Online วันที่ 17 ธันวาคม เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป รายการสินค้าที่ลงขาย มีดังนี้ PlayStation 5 รุ่นมีช่องอ่านแผ่น + จอย DualSense เพิ่มอีกหนึ่งจอย และทีวี Sony ขนาด 55 นิ้ว รุ่น XR-55X90J ราคารวม 53,490 บาท PlayStation 5 รุ่นมีช่องอ่านแผ่น (มีจอย DualSense ที่แถมมากับเครื่อง) ราคา 16,990 บาท น่าสนใจที่รอบนี้ไม่มีแพ็กเกจที่มีจอยเพิ่มอีกหนึ่งจอยแบบรอบก่อน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ทำให้น่าจะต้องรีบจองกันกว่าเดิม เพราะตัวเลือกมีน้อยลง และผู้จองส่วนใหญ่อาจจะต้องมารวมกันกดรุ่นที่ไม่ได้แถมทีวี ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ที่มา - Sony Thai
# กูเกิลออกแอพ Qaya ให้ครีเอเตอร์มีเว็บขายสินค้าของตัวเอง เชื่อมกับคลิป YouTube ได้ Area 120 ทีมสร้างนวัตกรรมของกูเกิล ออกแอพแนวทดลองตัวใหม่ชื่อ Qaya ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เปิดหน้าเว็บขายสินค้าให้แฟนๆ ได้โดยตรง Qaya เป็นแอพที่มีฟีเจอร์เหมือนระบบอีคอมเมิร์ซทั่วไป มีระบบแคตาล็อกสินค้า ระบบจ่ายเงิน ระบบทิป ระบบวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน สินค้าสามารถเป็นได้ทั้งสินค้าดิจิทัล (เช่น เพลง รูปภาพ) หรือสินค้าที่ฝากไว้บนเว็บอื่นอีกทีก็ได้ หน้าร้านจะได้โดเมนเนม qaya.store/your-name จุดเด่นของ Qaya คือการผูกหน้าร้านออนไลน์เข้ากับโซเชียล โดยเฉพาะ YouTube เพราะเราสามารถฝังรายการสินค้าไว้ใต้คลิปวิดีโอของครีเอเตอร์ได้โดยตรง ตอนนี้ Qaya ยังเปิดบริการเฉพาะในสหรัฐ แต่ทีมงาน Area 120 ก็บอกว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต ที่มา - Google
# [แก้ไขแล้ว] Outlook มีปัญหา login - Microsoft กำลังแก้ไข ไมโครซอฟท์รายงานปัญหา ผู้ใช้งานไม่สามารถล็อกอิน Outlook ได้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาในไทย จากนั้นจึงรายงานปัญหาเพิ่มเติมว่ากระทบการใช้งานบริการ Microsoft 365 ตัวอื่นด้วย ขณะนี้กำลังตรวจสอบแก้ปัญหาอยู่ ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะล่าสุดได้ที่ portal.office.com/servicestatus หรือหมายเลข EX305722 สำหรับหน้าศูนย์จัดการของแอดมิน ข้อมูลจาก Downdetector พบว่าปัญหาตั้งแต่ประมาณ 8 โมงเช้า ตามเวลาในไทย อัพเดต: ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าระบบทั้งหมดกลับมาเป็นปกติ ตั้งแต่เวลา 16 นาฬิกาตามเวลาในไทย ที่มา: Microsoft 365 Status
# ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ธันวาคม 2021, Windows 10 v2004 หมดอายุแล้ว เมื่อวานนี้ ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday รอบเดือนธันวาคม 2021 อุดช่องโหว่ของซอฟต์แวร์หลายตัว เช่น Microsoft Edge, VS Code, Office, PowerShell, Windows Server รวมช่องโหว่ทั้งหมด 67 ตัว ช่องโหว่สำคัญในแพตช์รอบนี้มีทั้งหมด 6 ตัว และมีช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว 1 ตัว เกี่ยวกับตัวติดตั้งแพ็กเกจ Windows AppX ที่ใช้แพ็กเกจมาทะลุช่องโหว่นี้เพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่อง Patch Tuesday รอบนี้ยังเป็นการแพตช์ครั้งสุดท้ายของ Windows 10 v2004 ที่หมดระยะซัพพอร์ตนาน 18 เดือนแล้ว ดังนั้นคนที่ใช้ Windows 10 v2004 จำเป็นต้องอัพเกรดไปยัง Windows 10 เวอร์ชันที่ใหม่กว่า (เช่น 20H2, 21H1, 21H2) กันแทน (ตารางระยะซัพพอร์ตของ Windows 10) ที่มา - Microsoft, ZDNet, xda
# GitHub ออกเครื่องมือช่วยสแกนหาช่องโหว่ Log4j ในซอร์สโค้ด-โปรเจคต์ GitHub ออกตัวช่วยสแกนช่องโหว่ Log4j ในโปรเจคต์ซอฟต์แวร์ ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้ Dependabot ซึ่งเป็นบ็อตช่วยตรวจหาเวอร์ชันของแพ็กเกจซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน (เอกสารวิธีเปิดใช้) หากมีแพ็กเกจ Log4j เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ ก็จะได้รับคำเตือนให้อัพเกรดเป็นเวอร์ชันที่อุดแพตช์แล้ว GitHub ระบุว่าส่งคำเตือนเรื่อง Log4j ไปแล้วว่า 175,000 ครั้ง อย่างไรก็ตาม Dependabot ใช้ได้เฉพาะโค้ด Java ที่จัดการด้วย Maven เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้กับ Gradle ได้ในตอนนี้ นอกจาก Dependabot ที่ใช้ตรวจสอบ dependency แล้ว GitHub ยังมีเครื่องมืออีกตัวคือ CodeQL query (ใช้ได้ฟรีกับ repository สาธารณะ หรือลูกค้าจ่ายเงินที่ซื้อ GitHub Advanced Security) เพื่อตรวจหาบรรทัดในซอร์สโค้ดที่มีความเสี่ยงจากการเรียกใช้ Log4j ให้ด้วย ที่มา - GitHub
# Apple เลื่อนแผนให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงาน ออกไปเป็นไม่มีกำหนด มีรายงานว่า Tim Cook ซีอีโอแอปเปิล ได้อีเมลแจ้งพนักงานเกี่ยวกับแผนการกลับเข้ามาทำงานในสำนักงาน จากเดิมกำหนดไว้ 1 กุมภาพันธ์ เปลี่ยนเป็นยังไม่กำหนดวัน เนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ในพื้นที่ที่มากขึ้น และสายพันธุ์ใหม่ของไวรัส ก่อนหน้านี้แอปเปิลแจ้งพนักงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน กำหนดวันกลับเข้าสำนักงานเป็น 1 กุมภาพันธ์ พร้อมให้ความเห็นว่า แม้การประชุมทางวิดีโอจะช่วยให้พนักงานยังทำงานใกล้กันได้ แต่ก็ทดแทนการได้พบปะพูดคุยกันจริง ๆ ไม่ได้ รายงานยังบอกว่าแอปเปิลจะให้งบซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น เพื่อใช้งานในบ้านรายละ 1,000 ดอลลาร์ เพิ่มเติมด้วย ที่มา: MacRumors
# Timelie เกมพัซเซิลฝีมือคนไทย ลง Nintendo Switch แล้ว Timelie เกมพัซเซิลจาก Urnique Studio สตูดิโอเกมของไทย ได้เพิ่มเกมเวอร์ชันบน Nintendo Switch แล้ว โดยนินเทนโดได้ประกาศเมื่อคืนนี้ในงานแถลงข่าว Indie World Showcase ของเดือนธันวาคม 2021 ราคาขายของเกมในสโตร์อเมริกาอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์ และมีเดโม่ให้มาลองเล่นก่อนด้วย ก่อนหน้านี้ Timelie มีให้เล่นเฉพาะบน Steam เท่านั้น ซึ่งเพิ่งประกาศยอดดาวน์โหลดครบ 1 แสนครั้ง เมื่อเดือนที่แล้ว โดยเมื่อต้นปี คุณเจมส์ ปริเมธ ซีอีโอ Urnique Studio ได้เผยว่าเตรียมนำเกมลง Switch เพิ่มเติม พร้อมแฮชแท็กที่น่าจะเกี่ยวกับการที่ เฌอปราง BNK48 พูดถึงในไลฟ์ว่าอยากให้พอร์ตเกมนี้ลงคอนโซล Switch ด้วย รีวิว Timelie เกม Puzzle ฝีมือคนไทย “เมื่อเส้นเวลาคืออาวุธ” ที่มา: Facebook: James Parimeth Wongsatayanon
# ผู้อ้างว่าเป็นทีมงาน ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขู่ฟ้องผู้แก้ไขบทความบนวิกิพีเดีย ปัจจุบันถูกลบแล้ว เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องเริ่มต้นจากการที่มีผู้ใช้ PhakkaponP ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใช้ Lazymaw เข้ามาแก้ไขบทความ "สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ในรูปแบบที่เป็นการประชาสัมพันธ์และมีความไม่เป็นกลาง ซึ่งขัดกับแนวทางความเป็นสารานุกรมของวิกิพีเดีย ก่อนที่ผู้ใช้ Lazymaw จะเข้ามาอ้างว่าตนเองเป็นคนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากคุณสุชัชวีร์ รวมถึงอ้างว่าคุณสุชัชวีร์ได้เป็นผู้ตรวจเนื้อหาต่างๆ ด้วยตนเองว่ามีความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการขู่ดำเนินคดีกับผู้ใช้คนอื่นที่มาแก้ไขบทความ ทั้งนี้ชุมชนวิกิพีเดียมีแนวทางที่ชัดเจนกับการไม่ยอมรับการขู่ดำเนินคดี ส่งผลให้ผู้ใช้ Lazymaw ถูกแบนจากชุมชนวิกิพีเดีย และบทความ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ถูกลบออกไปในคืนวันเดียวกัน ด้วยเหตุผลว่าบทความมีลักษณะไม่เป็นสารานุกรมเนื่องจากมีเนื้อหาเป็นการประชาสัมพันธ์ วิกิพีเดียมีแนวทางไม่สนับสนุนการเขียนบทความอัตชีวประวัติโดยเจ้าตัวหรือบุคคลใกล้ชิด เนื่องจากจะทำให้เนื้อหามีความไม่เป็นกลาง ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการเป็นสารานุกรม ที่มา - @thammarith, ปูมบนวิกิพีเดีย
# Project Zero วิเคราะห์มัลแวร์ของ NSO Group พบสามารถสร้างระบบรันสคริปต์จากตัวบีบอัดภาพ มัลแวร์ Pegasus ของ NSO Group มีความซับซ้อนสูง และสามารถทะลุระบบป้องกันของบริษัทต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนบริษัทไอทีจำนวนมากรวมถึงแอปเปิลฟ้อง วันนี้ทาง Project Zero ของกูเกิลก็ออกมาวิเคราะห์ความเก่งกาจของกระบวนการเจาะเข้าไปวางมัลแวร์ในโทรศัพท์ Project Zero พบว่ากระบวนการแฮกโทรศัพท์แบบไม่ต้องคลิกใดๆ (zero click) ของ NSO Group อาศัยการส่งไฟล์ภาพนามสกุลไฟล์เป็น GIF ที่ iMessage จะพยายามแสดงภาพทันที แต่เนื้อไฟล์ภายในที่จริงแล้วเป็น PDF ที่ตัว iMessage จะรู้เมื่ออ่านเนื้อไฟล์ และพยายามเรนเดอร์ภาพอยู่ดีด้วย CoreGraphics PDF แม้ว่าไฟล์ PDF นั้นสามารถใส่จาวาสคริปต์ได้ และเป็นจุดที่แฮกเกอร์มักใช้โจมตีระบบต่างๆ เรื่อยๆ แต่ใน CoreGraphic นั้นไม่ได้รันจาวาสคริปต์ใน PDF ทำให้ NSO หันไปใช้ตัวเข้ารหัสบีบอัดภาพ JBIG2 ที่รับข้อมูลภาพขาวดำที่บีบอัดอย่างหนัก และกระบวนการขยายข้อมูลกลับเป็นภาพต้องทำตามคำสั่งในไฟล์ภาพค่อนข้างซับซ้อน โดย JBIG2 ได้รับความนิยมในสแกนเนอร์เก่าๆ จำนวนมากเพราะได้ไฟล์เล็ก ตัว PDF นั้นรองรับการใส่ภาพ JBIG2 จนทุกวันนี้ ความซับซ้อนของฟอร์แมต JBIG2 ทำให้ NSO สามารถควบคุมการทำงานของตัวขยายภาพจนทำงานได้เหมือน logic gate และเมื่อต่อ logic gate จำนวนกว่า 70,000 ชุดก็ได้คอมพิวเตอร์เสมือนขนาดเล็กรันอยู่บนตัวขยายข้อมูลภาพ ทาง NSO สามารถเขียนโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์เสมือนนี้เพื่อค้นหาข้อมูลหน่วยความจำ และการรันสคริปต์ได้โดยไม่ต้องอาศัยเอนจินรันสคริปต์เลยก็นับเป็นความเก่งกาจของมัลแวร์ตัวนี้ การรันสคริปต์จากไฟล์ภาพได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทาง Project Zero ระบุว่าจะเล่าถึงกระบวนการเจาะทะลุ sandbox ของตัวขยายข้อมูลภาพต่อไป ที่มา - Project Zero
# แอปเปิลลบข้อความอธิบายระบบสแกนภาพโป๊เด็กออกจากเว็บ แต่ยืนยันยังพัฒนาอยู่ แอปเปิลลบข้อความพูดถึงระบบ CSAM ที่เตรียมนำมาสแกนหาภาพโป๊เด็กก่อนส่งขึ้น iCloud ออกจากเว็บหน้าอธิบายฟีเจอร์ปกป้องเด็ก แต่เอกสารอธิบายการทำงานแบบ PDF ยังคงอยู่บนเว็บ ทาง The Verge ติดต่อโฆษกของแอปเปิลได้รับคำยืนยันว่ายังไม่เปลี่ยนนโยบาย โดยตอนนี้แอปเปิลจะนำคำวิจารณ์กลับไปพัฒนาฟีเจอร์ ฟีเจอร์สแกนภาพในแชตสำหรับบัญชีผู้ใช้งานที่เป็นเด็กใน Family Account ที่ประกาศออกมาพร้อมกับ CSAM นั้นเปิดใช้งานใน iOS 15.2, iPadOS 15.2 และ macOS 12.1 แล้ว ที่มา - The Verge
# ลุงแซมกลับมาแล้ว Ubisoft ประกาศรีเมค Splinter Cell ภาคแรกบน Snowdrop Engine Ubisoft ประกาศเริ่มโปรเจกต์ พร้อมรับสมัครทีมงาน Ubisoft Toronto เพิ่ม เพื่อมารีเมคเกม Splinter Cell ภาคแรกบน Snowdrop Engine ที่ใช้ใน The Division ทั้งสองภาค รวมถึงเกม Avatar: Frontiers of Pandora ที่จะออกในปีหน้า และเกม Star Wars ภาคใหม่ของ Ubisoft ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ ตัวเกมเพิ่งเริ่มพัฒนา และคงใช้เวลาอีกนาน รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ทีมงานระบุว่าการรีเมคครั้งนี้จะปรับปรุงทั้งกราฟฟิกและเกมเพลย์ของเกมให้ทันสมัยขึ้น แต่ก็เน้นย้ำว่ามีหลักการณ์ที่ทีมยึดถือกันคือ “Respect the goggles.” หรือเคารพในแว่นสามตาของ Sam Fisher ตัวเอกของเกม หรือหมายถึงเคารพและรักษาเอกลักษณ์เดิมๆ ของเกมให้คงอยู่ แม้เป็นการรีเมคก็ตาม น่าเสียดายที่เราจะยังไม่ได้เห็นเนื้อเรื่องใหม่ๆ ของ Sam Fisher ในเร็วๆ นี้ แต่ทีมงานก็ทิ้งท้ายไว้ว่าเกมรีเมคภาคนี้ "จะเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้อนาคตของ Splinter Cell" ซึ่งก็อาจแปลว่าถ้าเกมภาครีเมคขายดี อาจมีภาคต่อในอนาคตก็เป็นได้ ที่มา - Ubisoft
# Cloudflare เปิดกรอง log ป้องกันระบบหลังบ้านโดนโจมตีช่องโหว่ Log4j ช่องโหว่ Log4j กระทบทุกระบบที่ log ข้อความโจมตีจากแฮกเกอร์ โดยตอนนี้สินค้ากลุ่มความปลอดภัยจำนวนมากมักมีตัวช่วยกรองการโจมตีออกไป แต่มีระบบอื่นๆ ที่ไม่ได้รับข้อความจากแฮกเกอร์โดยตรงแต่ก็โดนโจมตีไปด้วยได้ เช่น ระบบประมวล log ที่ระบบจำนวนมากเป็นจาวา เช่น Elasticsearch อาจจะอ่าน log แล้วกลายเป็นตัวดึงโค้ดมารันแทนที่ตัวแอปที่แฮกเกอร์ยิงข้อความเข้าไป ล่าสุดทาง Cloudflare ก็ออกมาช่วยป้องกันระบบเหล่านี้ แนวทางของ Cloudflare คือการกรองข้อความที่เข้าข่ายว่าจะเป็นการโจมตี Log4j ออกจาก log ที่ส่งให้ลูกค้าผ่านบริการ Logpush โดยการกรองนี้จะเปลี่ยนสตริง ${ กลายเป็น x{ ไปทั้งหมด แนวทางนี้ทำให้เป็นไปได้สูงว่าการแปลงข้อความจะกระทบข้อความอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นการโจมตีไปด้วย แต่ก็เป็นทางเลือกให้ลูกค้าของ Cloudflare เลือกเปิดได้ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าระบบหลังบ้านป้องกันช่องโหว่นี้แล้วหรือยัง ที่มา - Cloudflare
# Microsoft Teams เปิดฟีเจอร์ end-to-end encryption ให้ใช้งานแล้ว Microsoft ประกาศว่าตอนนี้ฟีเจอร์ end-to-end encryption (E2EE) ของระบบโทรศัพท์บน Microsoft Teams ได้เข้าสู่สถานะ generally available แล้ว พร้อมให้ผู้ใช้ทุกคนใช้งานอย่างเป็นทางการ สำหรับฟีเจอร์ E2EE บน Microsoft Teams ทางผู้ดูแลระบบขององค์กรจะต้องเปิดฟีเจอร์ดังกล่าวก่อน ส่วนฝั่งผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทั้ง Teams บน Windows และ Mac โดยการเปิด E2EE จะทำให้การคุยระหว่างสองคนปลอดภัยยิ่งขึ้น และทำให้การสอดแนมระบบโทรศัพท์ทำได้ยากกว่าเดิม อย่างไรก็ดี Microsoft เตือนว่าฟีเจอร์สำคัญหลายอย่างอาจไม่สามารถใช้งานได้หากเปิดใช้โหมดต่อสายแบบ E2EE ไม่ว่าจะเป็นระบบบันทึก, โอนสายข้ามอุปกรณ์, ลากคนเข้ามาในสายเพื่อขยายเป็นโทรแบบกลุ่ม และ live caption ถ้าจะใช้ฟีเจอร์เหล่านี้จะต้องปิด E2EE ก่อน ที่มา - Engadget, Microsoft ภาพจาก Microsoft
# ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Tab A8 แท็บเล็ตรุ่นราคาถูก หน้าจอ 10.5" ยังไม่ประกาศราคา ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Tab A8 แท็บเล็ตราคาถูก A-Series รุ่นใหม่ของปี 2022 โดยสเปกยังใกล้เคียงกับ Galaxy Tab A7 รุ่นของปีที่แล้ว หน้าจอ 10.5" TFT ความละเอียด 1920 x 1200 (WUXGA) สัดส่วน 16:10 หน่วยประมวลผล 8 คอร์ 2GHz ไม่ระบุรุ่น (ข่าวก่อนหน้านี้บอกเป็น Unisoc Tiger T618) กล้องหลัง 8MP, กล้องหน้า 5MP ลำโพง 4 ตัว รองรับ Dolby Atmos รองรับ Wi-Fi 5 (802.11ac) และมีรุ่น LTE ให้เลือก แบตเตอรี่ 7,040mAh รองรับชาร์จเร็ว 15 วัตต์ แต่ไม่แถมสายชาร์จ ระบบปฏิบัติการ Android 11 Galaxy Tab A8 มีให้เลือก 3 ขนาดความจุคือ 3GB/32GB, 4GB/64GB, 4GB/128GB สามารถใส่ microSD เพิ่มได้ กำหนดขายในยุโรปช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ ส่วนภูมิภาคอื่นๆ จะเริ่มขายในเดือนมกราคม 2022 ตอนนี้ยังไม่ประกาศราคา ที่มา - Samsung
# เปิดตัว Oppo Find N มือถือจอพับตัวแรกของ Oppo จอด้านใน 7.1" ราคาราว 4 หมื่นบาท Oppo เปิดตัวมือถือจอพับได้รุ่นแรกของบริษัทคือ Oppo Find N ตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า แต่เบื้องต้นยังวางขายเฉพาะในจีนเท่านั้น ดีไซน์ของ Oppo Find N เป็นมือถือจอพับแบบเดียวกับ Galaxy Z Fold มีทั้งจอด้านในขนาด 7.1" สัดส่วน 8.4:9 และจอด้านนอกขนาด 5.49" สัดส่วน 18:9 ตัวจอภาพของ Find N มีชื่อเรียกว่า Serene Display ประกอบด้วยเลเยอร์ 12 ชั้น มีกระจก ultra-thin glass หนาเพียง 0.03 มิลลิเมตร บางกว่าเจ้าอื่น สามารถพับได้กว่า 2 แสนครั้ง อัตรารีเฟรชเรตของจอเป็นไดนามิกระหว่าง 1-120 Hz ความสว่างสูงสุด 1,000 nits Oppo เรียกบานพับของตัวเองว่า Flexion Hinge มีชิ้นส่วนภายใน 136 ชิ้น สามารถพับจอได้อย่างราบรื่น ตัวบานพับกันน้ำมาตั้งแต่แรก และ Oppo คุยว่ารอย (crease) ตรงบานพับจอนั้นมองเห็นได้ยากกว่าอุปกรณ์พับได้รุ่นอื่นถึง 80% กล้องหลังของ Find N ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP Sony IMX766, กล้องอัลตร้าไวด์ 16MP, กล้องเทเล 13MP ดีไซน์แผงกล้องหลังคล้าย Oppo Find X3 Pro รุ่นเรือธงในปัจจุบัน ส่วนกล้องเซลฟี่มี 2 ตัว ทั้งบนจอด้านนอกและจอด้านใน สเปกอื่นของ Oppo Find N คือหน่วยประมวลผล Snapdragon 888 (ไม่ใช่ 8 Gen 1 รุ่นใหม่ล่าสุด), แรม 12GB LPDDR5, สตอเรจ UFS 3.1 512GB, แบตเตอรี่ 4,500 mAh พร้อมชาร์จเร็ว 33 วัตต์ และชาร์จไร้สาย 15 วัตต์, มีตัวสแกนนิ้วมือที่ปุ่ม power, ลำโพงคู่พร้อมรองรับ Dolby Atmos Oppo Find N วางขายในจีน 23 ธันวาคม 2021 ในราคาเริ่มต้น 7,699 หยวน (ประมาณ 40,500 บาท) ที่มา - Oppo
# โป๊ะแตก คีอานู รีฟส์ บอกไม่เคยเล่น Cyberpunk 2077 ขัดกับที่ CD Projekt เคยอ้างไว้ อดัม คิซินสกี ซีอีโอของ CD Projekt เคยระบุในช่วงโปรโมตเกม Cyberpunk 2077 ว่าคีอานู รีฟส์ได้ลองเล่นเกมนี้แล้ว และเขารักมันมาก แต่ในการสัมภาษณ์ล่าสุดของคีอานู รีฟส์กับเว็บไซต์ The Verge เกี่ยวกับเกมบน Unreal Engine 5 ของหนัง The Matrix Resurrection คีอานู รีฟส์ กลับตอบทีมงานว่าเขาไม่เคยเล่นเกมเลย จากนั้นทีมงานก็ถามต่อว่า “แม้แต่ Cyberpunk 2077 ก็ไม่ได้เล่นหรอ” ซึ่งเขาตอบว่าเขา “เห็นวิดีโอโชว์การเล่น แต่ไม่เคยได้เล่นเอง” เป็นอีกข้อยืนยันว่า CD Projekt ใช้ข้อมูลเท็จโฆษณาเกินจริงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไฮป์เกมในช่วงโปรโมต แม้ตัวเกมยังไม่เสร็จดี ถึงปัจจุบันตัวเกมจะได้รับการปรับปรุงพอสมควรจนได้คะแนนกลับมาเป็นบวกเป็นส่วนมากบน Steam แล้วก็ตาม การตอบคำถามสัมภาษณ์ของคีอานูครั้งนี้ อาจเป็นการดึงเรื่องการโฆษณาเกินจริงกลับมาเป็นประเด็นในจังหวะที่ไม่ดีนัก เพราะ CD Projekt เพิ่งจะเข้าสู่กระบวนการต่อรองค่าชดเชย ในคดีที่ถูกผู้ถือหุ้นฟ้องเรื่องโฆษณาคุณภาพของเกมเกินความจริง และคงต้องติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ที่มา - VGC
# ความคืบหน้าแผน Smart Hospital ที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนวงการแพทย์ และการสร้าง Digital Healthcare Platform ของ 5 รพ.รัฐ ที่ได้ KBank ร่วมสนับสนุนการพัฒนาแอปเพื่อคนไข้กว่า 4 ล้านคน ปัจจุบัน การให้บริการด้านสุขภาพของประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Hospital หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลภาครัฐ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนการจัดระบบบริการภายในโรงพยาบาล ลดขั้นตอนการปฏิบัติ และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัย และทันสมัยอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์โรงพยาบาลอัจฉริยะ มีเป้าหมายเพื่อให้สามารถจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการได้คล่องตัว และลดความเสี่ยง เพื่อให้คุณภาพของการให้บริการที่ดีในทุกด้าน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ดังนั้น Smart Hospital จึงให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลายมิติ อาทิ Smart Place/Infrastructure วางมาตรฐานการจัดสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลที่ทันสมัย (Digital Look) และได้เกณฑ์ด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม Smart Tools การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้มีความถูกต้องแม่นยำ สะดวกรวดเร็ว ลดความเสี่ยง ลดระยะเวลา เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ Smart Services ด้วยการบริหารจัดการกระบวนงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น การจัดเก็บข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยด้วยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EMR : Electronic Medical Records) การกดรับบัตรคิวผ่านแอปพลิเคชัน การแจ้งลำดับคิวผ่านแอป การลดระยะเวลารอคอยรับบริการ การมีบริการนัดหมายแบบเหลื่อมเวลา หรือมีการจัดกลุ่มผู้รับบริการ ได้รับบริการตรงเวลาหรือแตกต่างเล็กน้อยอย่างเหมาะสม Smart Outcome โดยการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการงานและระบบสารสนเทศอย่างอัตโนมัติ โดยนำระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มาใช้ในระบบหลักของโรงพยาบาล การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมาทำให้ระบบสาธารณสุขเป็นแกนกลางสำคัญของการฝ่าวิกฤติ COVID-19 บุคลากรในโรงพยาบาลต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้บริการเดินหน้าไปได้ จึงยิ่งทำให้การให้บริการด้านสุขภาพแบบ Smart Hospital ต้องเร่งพัฒนาอย่างรวดเร็ว “แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อระหว่างโรงพยาบาลและคนไข้” จึงกลายเป็นเครื่องมือดิจิทัล ที่มีความสำคัญสำหรับโรงพยาบาลในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงพยาบาลรัฐที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการแล้ว ยังสามารถช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ได้ จากการลดงานเอกสารที่ไม่จำเป็น เพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วยด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้รวดเร็วและแม่นยำ และยังเพิ่มประสบการณ์ที่ดีต่อการรักษาให้กับผู้ป่วย รวมทั้งลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องใช้รอคิวหรืออยู่ที่โรงพยาบาล ที่จะลดความแออัดที่โรงพยาบาล จึงทำให้ลดความเสี่ยงของโควิด-19 อีกด้วย ทางธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นทั้งผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างแอป K PLUS รวมทั้งมี KBTG ซึ่งเป็น Tech Company ของตนเอง จึงตั้งใจที่จะนำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของตนเองไปช่วยพัฒนาด้านต่างๆ ให้กับสังคมไทย โดยธนาคารได้เข้าไปร่วมมือและให้การสนับสนุนโรงพยาบาลต่างๆ ในการให้คำแนะนำการวางโครงสร้างของแพลตฟอร์ม Digital Healthcare อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสนับสุนการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อการให้บริการระหว่างคนไข้และโรงพยาบาล ให้ทุกคนที่อยู่ในระบบการให้บริการ ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ รพ. จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, รพ. ชลบุรี, รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ. ราชวิถี, และสถาบันประสาทวิทยา พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้คนไข้ของโรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยนอกรวม 4 ล้านราย สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล และช่วยขับเคลื่อนให้โรงพยาบาลได้ก้าวสู่การเป็น Smart Hospital สามารถจัดการบริการให้คนไข้สามารถเข้ารับบริการได้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น แอปพลิเคชั่นที่ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือพัฒนากับโรงพยาบาลทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย Chula Care โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย CBH PLUS โรงพยาบาลชลบุรี TUH for All โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ RJ Connect โรงพยาบาลราชวิถี NIT PLUS สถาบันประสาทวิทยา โจทย์หลักที่ทางธนาคารกสิกรไทยได้อาศัยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของตัวเองและนำมาร่วมแนะนำการพัฒนาแอปฯ ของโรงพยาบาล คือการสร้างประสบการณ์การใช้งานให้ง่าย ไม่สับสน ผู้ป่วยสามารถจัดการขั้นตอนต่างๆ ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังต่อยอด Ecosystem ด้านการเงินของธนาคารฯ มาพัฒนาฟีเจอร์ที่เชื่อมกับบริการด้านการชำระเงินผ่านแอปหรือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตได้ในตัว รวมถึงการบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลก็ทำได้ผ่านแอปฯ ได้โดยตรงเช่นกัน* ฟีเจอร์ที่มีในแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ธนาคารกสิกรไทยทำงานร่วมกับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงบริการเป็นรูปแบบดิจิทัล ในอนาคตจะมีการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อให้การรับบริการผ่านแอปพลิเคชันทำได้เต็มรูปแบบยิ่งขึ้น เช่น บริการพบแพทย์ผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล, การบริการลงทะเบียนผู้ป่วยจากในแอปพลิเคชันได้โดยตรง ฯลฯ แนวทางเช่นนี้ไม่ได้หยุดแค่ 5 โรงพยาบาลและคนไข้ 4 ล้านรายเท่านั้น แต่ทางธนาคารกสิกรไทยยังขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลต่างๆ เพิ่มเติม โดยเตรียมร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันให้กับ 11 โรงพยาบาลภายใต้สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครต่อไป การขยายความร่วมมือต่อเนื่องเช่นนี้ทำให้ธนาคารกสิกรไทยมีส่วนร่วมที่ทำให้ระบบสาธารณสุขเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ และที่สำคัญคือการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของธนาคารกสิกรไทย มาสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้างโดยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้สะดวก รวดเร็ว ลดเสี่ยงโควิด ในยุคนิวนอร์มอล *บางฟีเจอร์ใช้กับเฉพาะกับแอปพลิเคชันของบางโรงพยาบาล อยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อนำไปใช้กับแอปพลิเคชันของ ทุกโรงพยาบาล ที่มาข้อมูล Smart Hospital : จากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
# กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ เปิดโครงการ Hack DHS ชวนแฮ็กเกอร์หาช่องโหว่ รับเงินรางวัล กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (Department of Homeland Security หรือ DHS) เปิดโครงการ bug bounty เชิญชวนแฮ็กเกอร์สายขาวมาแฮ็กระบบของ DHS พร้อมรับเงินรางวัลตอบแทน โครงการนี้มีชื่อว่า "Hack DHS" มีกิจกรรมทั้งการค้นหาช่องโหว่แบบออนไลน์ และกิจกรรมออฟไลน์ให้แข่งขันกัน หลังจากนั้น DHS จะมาสรุปบทเรียนและพัฒนาเป็นโครงการในระยะถัดไป Alejandro N. Mayorkas รัฐมนตรี DHS ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการยกระดับความปลอดภัยของระบบไอที ดังนั้น DHS จึงต้องทำตัวเป็นตัวอย่างก่อนใครเพื่อน โครงการ Hack DHS เกิดขึ้นมาเพื่อค้นหาจุดโหว่ของระบบของ DHS เอง และต้องการเป็นต้นแบบให้องค์กรภาครัฐอื่นๆ ทำตาม ที่มา - Department of Homeland Security
# นักวิเคราะห์ J.P. Morgan คาด ผู้ใช้ Android กว่า 1.4 พันล้านคน อาจเปลี่ยนไปใช้ iPhone SE รุ่นปี 2022 แม้ iPhone SE รุ่นปี 2022 ยังเป็นข่าวลือ อยู่ แต่ Samik Chatterjee นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน J.P Morgan ก็ออกมาคาดการณ์ว่าหาก iPhone SE รุ่นปี 2022 รองรับ 5G และราคาถูกกว่า iPhone รุ่นหลัก ผู้ใช้ Android ที่ใช้มือถือรุ่นกลางถึงล่างกว่า 1.4 พันล้าน จากผู้ใช้ทั้งหมด 2.8 พันล้านคนที่ Google เคยระบุ อาจเปลี่ยนมาใช้ iPhone SE ได้ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์นี้ไม่ได้มีพื้นฐานข้อมูลใดรองรับ เป็นเพียงความเห็นของ Chatterjee ที่มองว่าผู้ใช้ Android อาจเปลี่ยนไปใช้ iPhone SE ที่รองรับ 5G ได้ หากก่อนหน้านี้ยังไม่มีงบซื้อมือถือ 5G และก็ดูไม่น่าจะเป็นไปได้จริงนัก เพราะ iPhone SE สองรุ่นก่อนหน้านี้ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นปกติ ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ Android ย้ายค่ายได้มากมายขนาดนั้น คงต้องรอติดตามว่า iPhone SE รุ่นใหม่จะออกจริงในปีหน้าจริงหรือไม่ และจะดึงดูดผู้ใช้ฝั่ง Android ไปได้มากแค่ไหน ภาพ iPhone SE รุ่นปี 2020 จาก Apple ที่มา - Reuters
# เบจิต้าไม่ถูกใจสิ่งนี้ Oppo เปิดตัว Air Glass แว่น AR ขายแบบจำกัดในจีน ต้นปี 2022 Oppo เปิดตัว Air Glass แว่น AR ที่บริษัทระบุว่าเป็น “assisted reality” คือฉายภาพข้อมูลแบบสองมิติบนตัวแว่น ไม่ได้ฉายภาพสามมิติที่อิงกับสภาพแวดล้อม (คล้าย Google Glass) ภายในใช้ชิป Qualcomm Snapdragon Wear 4100 ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง สแตนด์บายได้ 40 ชั่วโมง มีทั้งแบบข้างเดียว (half-frame) สีเงิน และสองข้าง (full-frame) สีดำ แต่ละแบบมีสองขนาด พร้อมแม่เหล็กไว้ใช้ติดกับแว่นทั่วไป หน้าจอเป็นโมโนโครมมีระดับสีเกรย์สเกล 16 ถึง 256 ระดับ ฉายภาพด้วยโปรเจกเตอร์ Micro LED จิ๋ว ความสว่างจริงประมาณ 1,400 nits การควบคุมทำได้โดยการสัมผัส เสียง และการเคลื่อนไหวของมือ ทำงานเชื่อมกับแอป Smart Glass บนมือถือ Oppo ที่รัน ColorOS 11 ขึ้นไป น่าเสียดายที่จะวางจำหน่ายแบบจำกัดในประเทศจีน ไตรมาสแรกของปี 2022 แต่ถ้าใครที่มีคนรู้จักอยู่ในประเทศจีน อาจลองหาช่องทางดูได้ ราคายังไม่เปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะแรงไม่น้อย ที่มา - The Verge
# เสียหายหลายแสน นักสะสมขาย NFT ชุด Bored Ape ไปในราคา 0.75 ETH แทน 75 ETH เพราะพิมพ์จุดทศนิยมผิดที่ Bored Ape หรือชื่อเต็ม Bored Ape Yacht Club เป็นงานศิลปะ NFT ที่มีจำนวนจำกัด 10,000 แบบสร้างจากการมิกซ์และแมตช์องค์ประกอบต่างๆ ออกมาเป็นภาพลิงที่มีเอกลักษณ์ และมีดาราเช่น Jimmy Fallon และ Steph Curry เป็นเจ้าของ โดยเคยทำสถิติราคาขายที่ 2.25 ล้านดอลลาร์ ในงานประมูลของ Sotheby’s และเป็นของสะสมที่มีค่าในวงการ NFT คล้ายงานชุด CryptoPunks ปัญหาเกิดเมื่อนักสะสมชื่อ Max ลงขายงาน Bored Ape ที่ตัวเองมีในเว็บขายงาน NFT ชื่อ OpenSea โดยตั้งใจจะลงขายที่ 75 ETH หรือราว 290,000 ดอลลาร์ (ราคาวันที่ 15 ธันวาคม) แต่ดันไปพิมพ์จุดทศนิยมผิดตำแหน่ง เลยลงขายงานไปที่ 0.75 ETH หรือราว 2,900 ดอลลาร์เท่านั้น หลังจากนั้นจึงโดนบอทที่ถูกสร้างไว้ซื้องานศิลปะชื่อดังราคาถูกซื้อไป โดยการส่งคำสั่งที่มีค่าแก๊สมากถึง 8 ETH แซงหน้าคำสั่งอื่นมา ทำให้ Max เองกดยกเลิกไม่ทัน และก็คงตาม NFT นี้กลับมาได้ยาก แม้ความผิดพลาดแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และ Max เองก็ออกมาทวิตในเชิงว่าไม่ได้คิดมาก แต่การสูญเงินแบบนี้ก็เป็นอีกมุมที่ทำให้เห็นว่าวงการ NFT และคริปโตเอง ยังค่อนข้างอ่อนไหวกับความผิดพลาดที่เกิดจากผู้ใช้เอง เพราะเมื่อไม่มีศูนย์กลาง และไม่มีผู้ควบคุมแล้ว จึงไม่มีการรับประกันใดๆ และแทบจะไม่สามารถตามเงินกลับมาได้ ทำให้เป็นอีกข้อเสียที่ผู้ใช้ต้องช่างน้ำหนักเองอย่างระมัดระวังก่อนใช้งาน ภาพหนึ่งในงานชุด Bored Ape จาก OpenSea ที่มา - The Verge
# ล้ำอนาคตในทุกวาระพิเศษ กับ Skyller ผู้นำเทรนด์ด้านการแสดงโดรนแสงสี (Drone Light Show) ในประเทศไทย ช่วงหน้าเทศกาลแบบนี้ หลายๆ ที่อาจอยากจัดงานเฉลิมฉลองให้มีความพิเศษและล้ำอนาคต หลังจากที่เราต้องล็อกดาวน์เพราะโรค COVID-19 มาอย่างยาวนาน แต่ไม่อยากจัดงานแสดงพลุที่ทั้งอันตราย สร้างมลภาวะ และก่อให้เกิดเสียงดังในตอนกลางคืน ในโลกยุค 4.0 แบบนี้ เทรนด์โลกเริ่มเปลี่ยนไปเพราะนวัตกรรมและเทรนด์การแสดงในการเฉลิมฉลองเองก็เปลี่ยนไปด้วย ด้วยการมาถึงของการแสดงโดรน ที่หลาย ๆ คนอาจรู้อยู่แล้วว่า Skyller หนึ่งในหน่วยธุรกิจของบริษัท ARV ในเครือบริษัท ปตท.สผ. ได้นำนวัตกรรมโดรน หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษญ์มาปรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม และอีกหนึ่งในการใช้งานที่เหมาะกับช่วงเทศกาลแบบนี้ คือการใช้โดรนเพื่อทำการแสดงแสงสี ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์แปลกใหม่อีกทางได้อีกด้วย โดรนแปรอักษร เทรนด์เฉลิมฉลองของโลกยุค 4.0 ช่วงปลายปีกำลังจะมาถึงนี้ หลาย ๆ คนก็อาจจะเดินทางไปเฉลิมฉลองช่วงวันหยุดเทศกาลตามงานต่างๆ ซึ่งก็จะมีโอกาสได้พบเจอโชว์ หรือ การจัดการแสดงความบันเทิง แสง สี ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งก็จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อีกทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ช่วงก่อนหน้านี้ งานเฉลิมฉลองทั่วโลกเริ่มหันมาใช้การแสดงโดรนแปรอักษร เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลและช่วงเวลาพิเศษกันมากมาย ทั้งพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 งานเปิดตัวแบรนด์รถ Genesis Paramount และงานเปิดตัวบริการออนไลน์สตรีมมิ่งต่างๆ เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่ และทันสมัยกว่าการโชว์พลุแสงทั่วไป ไม่ใช่แค่ต่างประเทศเท่านั้นที่มีการใช้โดรนเพื่อจัดแสดงแสงสี ในเมืองไทยบ้านเราก็มีผู้ให้บริการโดรนแสงสีเช่นกัน และวันนี้เราก็จะมาเล่ามุมมองด้านการแสดงโดรนแปรอักษรโดยผู้เชี่ยวชาญในการเป็นผู้ให้บริการจัดแสดงโดรนโชว์ให้ความบันเทิงในประเทศไทย อย่าง Skyller Skyller ผู้ให้บริการจัดแสดงโดรนเพื่อความบันเทิง แสง สี ในไทย Skyller ผู้นำด้านการสำรวจและตรวจสอบสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ได้พัฒนาและส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล แต่นอกจากงานอุตสาหกรรมยังให้บริการด้านโดรนแปรอักษร (Drone Light Show) ขึ้นบินแปรขบวนแสงสีบนท้องฟ้า โดยแปรอักษรเป็นรูปกราฟฟิกต่าง ๆ จากโปรเจกต์ที่ผ่านมา เช่น วันที่ 6 พฤษภาคม 2562, วันบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 วันที่ 28 กรกฎาคม 2562, วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 12 สิงหาคม 2562, วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 28 กรกฎาคม 2563, วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 12 สิงหาคม 2563, วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 13 ตุลาคม 2563, วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563, การแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพฯ วันที่ 5 ธันวาคม 2563, วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร Skyller โดรนแสงสีแปรอักษรฝีมือคนไทย รายแรกของอาเซียน รายที่ 9 ของโลก การแสดงครั้งที่ผ่านๆ มานี้ มีการใช้โดรนที่คิดค้นและพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยฝีมือคนไทย และเป็นงานแสดงโดรนที่คิดค้นและพัฒนาซอฟต์แวร์เองเป็นรายแรกในภูมิภาคอาเซียน และเป็นรายที่ 9 ของโลก เป็นความน่าภาคภูมิใจของคนไทยและเป็นโอกาสดีที่จะเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยไปสู่สากล โดรนในระบบจะมีการใช้ระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันการรบกวนจากสัญญาณภายนอก ได้โดยโดรนทุกลำจะถูกโปรแกรมแผนการบินแต่ละลำไว้ล่วงหน้า ทำให้สามารถบินได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้สัญญาณจะถูกรบกวนหรือขาดหายหลังจากขึ้นบิน นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันความปลอดภัยแยกต่างหากในแต่ละลำ เช่น ระบบป้องกันการบินออกนอกขอบเขตการแสดง ระบบลงจอดเองโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบระบบภายในตัวลำทำงานผิดปกติเป็นต้น จึงทำให้ทำการแสดงได้อย่างปลอดภัยและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น Skyller ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า เช่น ลม ฝน เป็นต้น และมีการวัดความเร็วลมก่อนทําการขึ้นบิน หากเกินกว่าค่าลิมิตที่ปลอดภัย (20 knots) จะยังไม่ทําการขึ้นบิน และยังมีทีมช่วยดำเนินการเรื่องการขอใบอนุญาตในการทำงานบินให้อีกด้วย รวมทั้งเรายังเป็นผู้ให้บริการโดรนโชว์แปรอักษร ทั้งโดรนบินภายในอาคารและนอกอาคาร เริ่มต้นเพียง 30 ลำก็สามารถสร้างภาพบนฟ้าได้ ไปจนถึง 700 ลำ จะได้ภาพขนาดใหญ่ที่มีความละเอียด อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์โชว์ได้ตามความต้องการ ทั้งในรูปแบบ 2 มิติ 3 มิติ และภาพเคลื่อนไหว งานแสดงสมัยใหม่ที่ยั่งยืน และส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เนื่องจากโดรนสามารถใช้ในงานเฉลิมฉลองแทนการใช้พลุและนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง รวมถึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางเคมีและทางเสียง Skyller จึงเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ และมองว่าการแสดงโดรนแสงสี และโดรนแปรอักษรทั้งภายในและนอกอาคาร น่าจะเป็นกระแสการแสดงในงานเฉลิมฉลองที่สำคัญในอนาคตของทั่วโลก และประเทศไทย Skyller จึงเป็นผู้ริเริ่มให้บริการโดรนแสงสี พร้อมพัฒนาซอฟท์แวร์ควบคุมโดรนระดับโลก เพื่อใช้ในการแสดงโชว์ในราคาและการดีลงานที่ง่ายกับทุกคน ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างประสบการณ์และสีสันให้กับงานอีเวนต์ และงานแสดงโชว์ในช่วงเทศกาลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานปีใหม่ งานนิทรรศการ งานแสดงแสงสีเสียงของโรงแรมและห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงงานส่วนตัวอย่างงานแต่งงานในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดและติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีหน้าเว็บไซต์ของ Skyller
# Oppo เปิดตัวชิปประมวลผลภาพ MariSilicon X ที่มีชิป AI ในตัว ใช้กับ Find X รุ่นหน้า Oppo เปิดตัวชิปประมวลผลภาพที่ออกแบบเอง ใช้ชื่อว่า MariSilicon X ซึ่งจะใช้ในมือถือเรือธงรุ่นหน้า Find X Series เปิดตัวในไตรมาส 1/2022 MariSilicon X เป็นชิปลูกผสมที่มีทั้งหน่วยประมวลผลภาพ (ISP) หน่วยประมวลผล AI (NPU) และหน่วยความจำในชิปตัวเดียว (Oppo นิยามมันว่าเป็น "imaging NPU") จุดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบผสม ทำให้ประมวลผลภาพถ่ายจากกล้อง แล้วนำมาประมวลผลภาพต่อด้วยอัลกอริทึมได้ทันที ชิปฝั่ง ISP รองรับการจับภาพที่ระยะแสงกว้าง 20-bit HDR 120db (สูงกว่าที่ใช้ใน Oppo Find X3 Pro เรือธงรุ่นปัจจุบัน 3 เท่า) อัตราคอนทราสต์ 1,000,000:1, รองรับการประมวลผลภาพ RAW แบบเรียลไทม์ ชิปฝั่ง NPU มีสมรรถนะ 18 TOPS (trillion operations per second) แถมประหยัดพลังงาน มีอัตราการใช้พลังงานที่ 11.6 TOPS ต่อวัตต์ การมีหน่วยความจำในตัวทำให้ไม่ต้องย้ายไฟล์ภาพไปมาระหว่างสตอเรจและหน่วยประมวลผล แถมยังใช้แรม DDR แบนด์วิธ 8.5 GBps ไม่มีปัญหาเรื่องคอขวดข้อมูล Oppo คุยว่า MariSilicon X สามารถประมวลผลอัลกอริทึมลด noise ได้สูงกว่า Oppo Find X3 Pro ถึง 20 เท่า และสามารถถ่ายวิดีโอกลางคืนแบบ 4K โดยปรับคุณภาพของภาพทุกเฟรมได้แบบเรียลไทม์ ที่มา - Oppo
# CISA ออกคำสั่ง หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐต้องอุดแพตช์ Log4j ภายใน 24 ธันวาคม CISA หรือ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานแม่ของ US-CERT ออกคำสั่งทางปกครอง ให้หน่วยงานพลเรือนทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐ ต้องอุดช่องโหว่ Log4j ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 24 ธันวาคม 2021 CISA มีอำนาจสั่งให้หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐต้องลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ความปลอดภัยสำคัญๆ (Significant Risk of Known Exploited Vulnerabilities) ตามรายการที่กำหนด เมื่อ CISA เพิ่มช่องโหว่ CVE-2021-44228 เข้ามาในรายการ หน่วยงานภาครัฐจึงต้องอุดช่องโหว่นี้ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งของ CISA รอบนี้ยังครอบคลุมถึงช่องโหว่อื่นๆ อีกหลายตัว เช่น ช่องโหว่ตของ Fortinet FortiOS, Zoho Desktop Central, Realtek Jungle SDK เป็นต้น คำแนะนำของ CISA คือให้ติดตั้งแพตช์ทันที โดยเลือกอุดแพตช์กับเซิร์ฟเวอร์สำคัญที่เชื่อมต่อเครือข่ายก่อน หรือถ้ายังไม่สามารถติดตั้งแพตช์ได้ ให้เปิดการตั้งค่า log4j2.formatMsgNoLookups ไปก่อน หากพบการโจมตีใดๆ ให้ติดต่อ CISA หรือ FBI ทันที ที่มา - Binding Operational Directive 22-01, CISA
# Check Point รายงาน การโจมตีผ่าน Log4j สูงถึง 8 แสนครั้งใน 72 ชม. แรก, องค์กร 44% โดนโจมตี บริษัทความปลอดภัย Check Point ออกรายงานประเมินสถานการณ์การโจมตีผ่านช่องโหว่ของ Log4j ว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนการโจมตีพุ่งสูงถึง 8 แสนครั้งใน 72 ชั่วโมงแรกหลังช่องโหว่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ (นับถึงวันที่ 13 ธันวาคม ตามเวลาสหรัฐ) Check Point ให้นิยามช่องโหว่ Log4j ว่าเป็นช่องโหว่ที่รุนแรงที่สุดตัวหนึ่งในรอบหลายปี และปัจจุบันพบมัลแวร์ที่ใช้ช่องโหว่นี้แล้วกว่า 60 เวอร์ชัน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นกว่านี้อีกมากเมื่อเวลาผ่านไป สถิติของ Check Point พบว่าระบบเครือข่ายขององค์กรทั่วโลก 43.9% ถูกลองโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แล้ว ภูมิภาคที่โดนเยอะคือแอฟริกาและยุโรป ตัวเลขของบางประเทศขึ้นไปสูงถึง 62% ส่วนตัวเลขของประเทศไทยยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยคือ 38% ที่มา - Check Point
# Android 12 (Go edition) เปิดตัว เรียกแอพเร็วขึ้น 30%, มีระบบแยก Profile บนมือถือ กูเกิลเปิดตัว Android 12 (Go edition) สำหรับมือถือราคาถูก ทรัพยากรน้อย มีฟีเจอร์ที่ต่างจาก Android 12 รุ่นปกติดังนี้ แอพเปิดเร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ Android 11, Android 12 ยังเพิ่ม SplashScreen API ให้แอพสามารถแสดงภาพตอนเริ่มทำงานได้ มีฟีเจอร์ Hibernate ลบแอพที่ไม่ได้ใช้งานนานๆ เพื่อประหยัดทรัพยากรและสตอเรจ, แอพ Files Go รองรับการกู้ไฟล์ที่ลบไปแล้วไม่เกิน 30 วัน หน้า Recent Apps เพิ่มฟีเจอร์แปลภาษา (Translate) และอ่านออกเสียง (Listen) ในภาษาที่ต้องการ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่กูเกิลเน้นการใช้งานในอินเดีย App sharing การแชร์ไฟล์ของแอพแบบ P2P ระหว่างเครื่องผ่าน Nearby Share โดยไม่ต้องเสียค่าเน็ตเพื่อดาวน์โหลด เพิ่มระบบ Profile บนมือถือเครื่องเดียวกัน (สลับได้จากหน้าล็อคสกรีน) เพื่อแชร์มือถือระหว่างคนในครอบครัว โดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว กูเกิลบอกว่ามือถือที่ใช้ Android 12 (Go edition) จะเริ่มเปิดตัวในปี 2022 ที่มา - Google
# Apple Store ในอเมริกา เปลี่ยนให้ลูกค้าต้องใส่หน้ากากก่อนเข้าร้านแล้ว แม้พื้นที่นั้นไม่บังคับ แอปเปิลประกาศเปลี่ยนข้อกำหนดในการเข้าร้าน Apple Store สาขาในอเมริกา โดยบังคับลูกค้าทุกคนต้องสวมหน้ากาก จากก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกข้อกำหนดนี้ไป กรณีพื้นที่นั้นทางการมีคำสั่งไม่บังคับแล้ว ซึ่งมีประมาณ 100 สาขาในอเมริกา นอกจากนี้แอปเปิลยังกลับมาจำกัดจำนวนผู้ใช้งานในร้านด้วย โดยหากมีลูกค้าในร้านครบจำนวน ลูกค้าต้องยืนรอด้านนอก ตัวแทนของแอปเปิลชี้แจงข้อกำหนดดังกล่าวว่า เนื่องจากพบการระบาดของโควิด 19 เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ จึงได้ปรับข้อกำหนดนี้เพื่อความปลอดภัยทั้งกับลูกค้าและพนักงาน สำหรับ Apple Store ในประเทศไทย มีข้อกำหนดการใส่หน้ากากและจำกัดลูกค้าในร้าน ตั้งแต่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการอยู่แล้ว ที่มา: CNBC
# LinkedIn เปิดตัว InCareer แอปใหม่ในจีน สำหรับค้นหางานโดยเฉพาะ สองเดือนหลังจาก LinkedIn ประกาศเตรียมปิดให้บริการในจีนในปีนี้ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการจีน ในการให้บริการส่วนที่เป็นโซเชียลได้ ล่าสุด LinkedIn เปิดตัวแอปใหม่ InCareer สำหรับประเทศจีนโดยเฉพาะ InCareer เป็นแอปค้นหาตำแหน่งงานในจีน โดยให้บริการผ่านแอป iOS, Android และเว็บ www.linkedin.cn ส่วนผู้ใช้งานนั้น หน้าโปรไฟล์ยังสามารถแก้ไขข้อมูล เพื่อให้ถูกค้นพบจากผู้ว่าจ้างได้ แต่จะไม่สามารถโพสต์เนื้อหาได้ ที่มา: LinkedIn
# Netflix อินเดีย ประกาศลดราคาทุกแพ็คเกจสู้ศึกสตรีมมิ่ง เริ่มต้น 65 บาทต่อเดือน การแข่งขันของบริการวิดีโอสตรีมมิ่งในอินเดียยังคงรุนแรง ล่าสุด Netflix ประกาศลดราคาทุกแพ็กเกจลง โดยแพ็คเกจราคาต่ำสุด ความละเอียด SD ดูได้ 1 เครื่องเฉพาะมือถือ อยู่ที่ 149 Rs ต่อเดือน หรือประมาณ 65 บาท จากราคาเดิมที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 ที่ 199 Rs ส่วนแพ็คเกจราคาสูงสุดความละเอียด 4K ดูได้พร้อมกัน 4 เครื่อง อยู่ที่ 649 Rs หรือประมาณ 285 บาท ก่อนหน้านี้คู่แข่งในอินเดียอย่าง Amazon Prime ได้ปรับราคาแพ็คเกจรายปีเพิ่มขึ้นเป็น 1,499 Rs ต่อปี หรือ 658 บาท ซึ่งไม่ได้จำกัดคุณภาพวิดีโอ ส่วนแพ็คเกจราคาถูกที่สุดชมได้เฉพาะความละเอียด SD อยู่ที่ 89 Rs ต่อเดือน หรือ 39 บาท ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุด Disney+ Hotstar แพ็คเกจราคาต่ำสุด 499 Rs ต่อปี หรือ 219 บาท ความละเอียด 720p ดูได้ 1 เครื่องเฉพาะมือถือ และมีโฆษณา ที่มา: GSM Arena และ Netflix
# [ไม่ยืนยัน] Instagram มีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านบัญชีแล้ว CNBC รายงานข้อมูลโดยอ้างแหล่งข่าวภายในบริษัท ว่าตอนนี้ Instagram ได้ผ่านหลักไมล์สำคัญอีกครั้ง มีจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAUs - Monthly Active Users) มากกว่า 2 พันล้านบัญชีแล้ว ที่ผ่านมา Instagram ไม่พูดถึงจำนวนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มนัก ครั้งสุดท้ายที่มีรายงานคือ 1 พันล้าน เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2018 เท่ากับว่า Instagram ใช้เวลาอีก 3 ปี จึงมีผู้ใช้งานเพิ่มอีกเท่าตัว แหล่งข่าวบอกว่าจำนวนผู้ใช้งานนั้นมีจำนวน 2 พันล้าน ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่บริษัทแม่ Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Meta ด้วยอัตราการเติบโตนี้ Instagram จึงน่าสนใจในการสร้างรายได้ใหม่ให้ Meta เนื่องจากแอปหลักอย่าง Facebook ตัวเลขผู้ใช้งานล่าสุดคือ 2.9 พันล้านบัญชี และมีอัตราการเติบโตที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์หนึ่งหลัก ตัวแทนของ Meta ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวตัวเลขดังกล่าว ที่มา: CNBC
# แพตช์เดียวไม่พอ Log4j ออกเวอร์ชั่น 2.16.0 หลังพบแพตช์เดิมปิดช่องโหว่ไม่หมด หลังจากช่องโหว่รันโค้ดใน Log4j สร้างผลกระทบไปทั่วโลก วันนี้ทางโครงการก็ออกแพตช์มาอีกครั้ง เพื่อเสริมความปลอดภัยอีกระดับ โดยปิดการทำงานโมดูล JNDI ที่เป็นต้นเหตุของการโหลดโค้ดเข้ามารันเป็นค่าเริ่มต้น เนื่องจากพบช่องโหว่ CVE-2021-45046 ที่ยังโจมตีได้อยู่ ช่องโหว่ CVE-2021-45046 ที่พบเพิ่มเติมมีความรุนแรงน้อยกว่าช่องโหว่เดิมมาก (CVSS 3.7 คะแนน ความร้ายแรงระดับปานกลาง) โดยกระทบกับระบบที่คอนฟิกบางรูปแบบที่ต่างไปจากค่าเริ่มต้น และผลกระทบจากการโจมตีจะทำให้ระบบแครช กลายเป็นการโจมตีแบบ denial of service (DOS) เท่านั้น แต่จุดสำคัญคือการ formatMsgNoLookups ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ไม่สามารถปิดช่องโหว่นี้ได้ ช่องโหว่เดิมที่พบสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ CVE-2021-44228 หรือเรียกชื่อเล่นว่า log4shell นั้นกระทบเป็นวงกว้าง และแม้แต่ระบบภายในที่รันโดยไม่ได้รับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตโดยตรงก็อาจจะถูกโจมตีได้ ทาง CERT ของสวิสเซอร์แลนด์แนะนำให้แพตช์ระบบที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (internet facing) โดยทันที ขณะที่ระบบภายในควรแพตช์โดยเร็ว ใน Log4j เวอร์ชั่น 2.16.0 นี้ฟีเจอร์ JNDI ยังคงใช้งานได้ต่อไป แต่ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องเปิดตัวเลือก log4j2.enableJndi ด้วยตัวเอง ที่มา - Apache
# บริษัทค้าเงินคริปโต Coinbase โอเพนซอร์สไลบรารีเข้ารหัสลับในชื่อ Kryptology Coinbase บริษัทค้าเงินคริปโตรายใหญ่ประกาศโอเพนซอร์สไลบรารีเข้ารหัสลับในชื่อ Kryptology โดยระบุว่าตั้งใจให้เป็นไลบรารีที่ปลอดภัย, มีการตรวจสอบโค้ด (audited), และใช้งานได้ง่าย ทำให้นักพัฒนาเผลอใช้งานในรูปแบบที่อันตรายได้ยาก ตัวไลบรารีเป็นภาษา Go ส่วนอัลกอริทึมที่รองรับเกี่ยวข้องกับ blockchain เช่น การแชร์ข้อมูลลับ (Shamir's secret sharing scheme), การเซ็นลายเซ็นดิจิทัลร่วมกัน (Threshold ECDSA), หรือการสร้างกุญแจแบบกระจายตัว (distributed key generation - DKG) ไลบรารีกลุ่มนี้เป็นงานค่อนข้างเฉพาะทาง ไม่ใช่กระบวนการเข้ารหัสเพื่อส่งข้อมูลปกติ และแม้ว่าทาง Coinbase จะอ้างถึงการตรวจสอบความปลอดภัยแต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานการตรวจสอบโค้ดแต่อย่างใด ที่มา - Coinbase
# LastPass ประกาศแยกบริษัทเป็นอิสระจากบริษัทแม่ LogMeIn LastPass แอปจัดการรหัสผ่าน ประกาศแผนแยกบริษัทออกเป็นอิสระจากบริษัทแม่ LogMeIn โดยให้เหตุผลว่าทำสามารถโฟกัส พัฒนา และลงทุน ได้ตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีผลกับบัญชีผู้ใช้งานเดิม LogMeIn ซื้อกิจการ LastPass เมื่อปี 2015 ที่มูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ และ LastPass ก็มีฐานผู้ใช้งานเติบโตมาโดยตลอด มากกว่า 30 ล้านบัญชี เป็นลูกค้าธุรกิจมากกว่า 85,000 ราย อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ถูกซื้อกิจการ LastPass ก็ปรับเงื่อนไขการใช้งานที่กระทบผู้ใช้งานฟรี ตั้งแต่ตัดฟีเจอร์ของเวอร์ชันฟรี จนถึงการจำกัดให้ใช้งานแบบฟรี ได้แค่ 1 ประเภทอุปกรณ์ แต่การเติบโตสูงของผู้ใช้งาน สะท้อนว่า LastPass ยังไปได้ดีในตลาดลูกค้าองค์กรนั่นเอง ที่มา: LastPass ผ่าน The Verge
# กูเกิลตั้งทีมพัฒนา Augmented Reality OS นำโดยอดีตวิศวกร Windows NT Mark Lucovsky อดีตวิศวกรสายระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ (หนึ่งในทีมผู้สร้าง Windows NT) และก่อนหน้านี้เป็นหัวหน้าทีมระบบปฏิบัติการของ Oculus ประกาศย้ายมาทำงานกับกูเกิล และเปิดเผยว่าเขามาพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับ AR โดยเฉพาะ Lucovsky ระบุว่าเขาเป็นหัวหน้าทีม Operating System for Augmented Reality at Google และโพสต์ประกาศรับสมัครงานในทีม Augmented Reality OS โดยระบุข้อมูลกว้างๆ ว่าผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ด้านระบบปฏิบัติการฝังตัว และมีความเข้าใจเรื่องเคอร์เนล-ไดรเวอร์ของลินุกซ์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดของตัวระบบปฏิบัติการมากกว่านี้ ก่อนหน้านี้ Lucovsky เคยทำงานกับกูเกิลมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงปี 2004-2009 ในตำแหน่ง Engineering Director หลังจากนั้นย้ายไปอยู่กับ VMware, Mombo Labs และ Oculus การโพสต์ข้อความของเขาถือเป็นครั้งแรกที่ยืนยันว่ากูเกิลกำลังทำระบบปฏิบัติการตัวใหม่สำหรับ AR ปัจจุบัน กูเกิลมีระบบปฏิบัติการในมือหลายตัว เช่น Android, Chrome OS, Fuchsia, Cast OS (ใช้ใน Nest Hub รุ่นแรก) รวมถึง Fitbit OS ที่ได้มาจากการซื้อ Fitbit ที่มา - Mark Lucovsky LinkedIn, 9to5google
# PS4 โดน jailbreak ได้แล้ว ช่องโหว่ใช้ได้กับเฟิร์มแวร์ใหม่ เวอร์ชัน 9.00 กลุ่มแฮ็กเกอร์ 3 คน ที่ประกอบด้วยนามแฝง SpecterDev, ChendoChap, Znullptr ประสบความสำเร็จในการเจาะเฟิร์มแวร์ของ PS4 ทำให้ jailbreak สำเร็จ สามารถรันแอพ homebrew และเล่นเกมเถื่อนได้แล้ว ชุดซอฟต์แวร์ jailbreak ตัวนี้มีชื่อว่า pOOBs4 ใช้ได้กับเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 9.00 ซึ่งเป็นเฟิร์มแวร์ที่ใหม่มาก (ออกเมื่อเดือนกันยายน 2021, ตอนนี้โซนี่ออก 9.03 เมื่อ 1 ธันวาคมที่ปิดช่องโหว่นี้แล้ว แต่ถ้าใครยังไม่ได้อัพเดต ก็ยังเจาะได้) ส่วนวิธีการเจาะเฟิร์มแวร์ระบุว่าเป็นบั๊กในระบบไฟล์ รายละเอียดดูได้บน GitHub การเจาะระบบคอนโซลเพื่อ jailbreak เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมา กรณีของ PS4 ต้องถือว่าทนทานอยู่มาได้นานมากๆ (จน PS5 ออกวางขายมาแล้ว 1 ปีเต็ม) ที่มา - Kotaku
# ผู้บริหาร Xbox ยอมรับ การปิดสตูดิโอ Lionhead ที่สร้าง Fable เป็นความผิดพลาด ในซีรีส์ Power On เล่าประวัติเครื่องเกม Xbox ของไมโครซอฟท์ มีประเด็นที่น่าสนใจคือผู้บริหารทีม Xbox หลายคนยอมรับว่าการปิดสตูดิโอ Lionhead ที่สร้างเกม Black & White และ Fable เมื่อปี 2016 เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของบริษัท Lionhead Studios เป็นสตูดิโอเกมที่ก่อตั้งเมื่อปี 1997 โดย Peter Molyneux เกมดีไซเนอร์ชื่อดังที่มีผลงานมากมาย ทั้ง Populous, Theme Park, Dungeon Keeper ผลงานของ Lionhead ในยุคแรกๆ คือ Black & White (2001) และ Fable (2004) จุดเปลี่ยนของ Lionhead คือไมโครซอฟท์ซื้อกิจการในปี 2006 ซึ่งหลังจากนั้น Lionhead ยังมีผลงานเกมต่อเนื่อง ได้แก่ Fable II (2008), Fable III (2010) อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นไมโครซอฟท์หันมาดัน Kinect สุดตัว (โดยเฉพาะ หลังเปิดตัว Xbox One ในปี 2013) และโยกสตูดิโอเกมของตัวเองไปทำเกมให้ Kinect ด้วย (อีกสตูดิโอที่โดนเหมือนกันคือ Rare) ปัญหาคือเกม Fable: The Journey ที่ใช้ Kinect ควบคุมกลับไม่เวิร์คอย่างที่คิด แกนนำของ Lionhead รวมถึง Molyneux ทยอยลาออกกันในปี 2012 และโครงการเกมสุดท้ายคือ Fable Legends ก็ยังไม่ทันเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง ไมโครซอฟท์ตัดสินใจปิดสตูดิโอเมื่อปี 2016 (Fable ภาคใหม่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง โดยสตูดิโออีกแห่งคือ Playground Games) Shannon Loftis อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายเกมของไมโครซอฟท์ในตอนนั้น ยอมรับในสารคดี Power On ว่าการจัดการ Lionhead ตอนนั้นเป็นสิ่งที่ทำพลาดไป ผลงานเกม Fable ในช่วงแรกออกมาดี ทำให้ไมโครซอฟท์ตัดสินใจซื้อ Lionhead แต่พอมาถึง Fable: The Journey เกมเปลี่ยนแปลงไปจากซีรีส์ Fable ภาคหลักอย่างมาก ส่วน Sarah Bond ซึ่งปัจจุบันยังเป็นผู้บริหารด้านเกมของ Xbox ก็บอกว่าเคยมานั่งคุยกันถึงปัญหาของ Lionhead และเรียนรู้ที่จะไม่ทำผิดพลาดอีก ในขณะที่ Phil Spencer หัวหน้าทีม Xbox ในปัจจุบัน เล่าบทเรียนว่าการซื้อสตูดิโอมา ต้องช่วยให้พวกเขาทำในสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้พวกเขามาทำในสิ่งที่พวกเราต้องการ ที่มา - IGN
# AWS เปิดศูนย์ข้อมูลที่อินโดนีเซีย มีคลาวด์เปิดครบ 3 ค่ายใหญ่แล้ว Amazon Web Services (AWS) ประกาศเปิดเขต Asia Pacific (Jakarta) ใช้ตัวย่อว่า ap-southeast-3 โดยถือเป็นเขต (Region) ที่สามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (1 คือสิงคโปร์, 2 คือซิดนีย์) และเขตที่ 10 ในเอเชีย การเปิดบริการของ AWS ทำให้อินโดนีเซียมีผู้ใช้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลกครบ 3 รายแล้ว รายแรกคือ Google Cloud เปิดตัวช่วงกลางปี 2020 ตามด้วย Microsoft Azure ประกาศว่าจะเปิด (แต่ยังไม่เริ่มเปิด) ส่วน AWS ถึงแม้จะมาเป็นรายที่สาม ก็เปิดเลยทันทีก่อน Azure ที่มา - AWS Blog แผนที่ Region ของ AWS ในเอเชีย (วงสีส้ม) และที่ตั้งของ Edge (สีน้ำเงิน) - AWS
# แบบนี้ก็ได้เหรอ ไมโครซอฟท์ขายโปสเตอร์ Red Ring of Death ของ Xbox 360 ปัญหาฮาร์ดแวร์ Red Ring of Death ของไมโครซอฟท์เป็นที่โด่งดังในสมัยนั้น เพราะนอกจากทำเครื่องของเกมเมอร์จำนวนมากพังแล้ว ไมโครซอฟท์ยังสูญเงินจากกรณีนี้มากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ในเทศกาลฉลอง 20 ปี Xbox รุ่นแรก ไมโครซอฟท์ทำสารคดี Power On ยาว 6 ตอน เล่าประวัติของ Xbox ในอดีตทั้งหมด (ดูได้บน YouTube) ซึ่งประเด็นเรื่อง Red Ring of Death ย่อมถูกพูดถึงอีกครั้ง (แยกเป็นตอนเฉพาะเรื่องนี้เลย) และไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ชิง "เล่นตัวเองก่อน" ด้วยการทำโปสเตอร์ Red Ring of Death ขายบนร้านขายของที่ระลึกของ Xbox เองซะเลย โปสเตอร์ขายราคาแผ่นละ 24.99 ดอลลาร์ ต้องรอดูกันว่าจะมีใครซื้อไปสะสม หรือว่าลูกค้าสมัย Xbox 360 สนใจซื้อไปติดไว้ดูเล่นหรือไม่ ที่มา - Xbox, The Verge
# Intel เตรียมลงทุน 7.1 พันล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ในมาเลเซีย หน่วยงานพัฒนาการลงทุนแห่งมาเลเซีย (Malaysian Investment Development Authority) เปิดเผยข้อมูลว่า Intel เตรียมลงทุนมูลค่ากว่า 7.1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานประกอบชิป (semiconductor packaging) แห่งใหม่ใน Bayan Lepas ใกล้สนามบินนานาชาติในปีนัง และจะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติมโดยมี Pat Gelsinger ซีอีโอของ Intel และ Mohamed Azmin Ali รัฐมนตรีอาวุโสของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมนานาชาติของมาเลเซียร่วมด้วยในวันพุธที่ 15 ธันวาคมนี้ Intel มีโรงงานประกอบชิปในมาเลเซียอยู่แล้ว แต่คาดว่าด้วยดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น และซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และทำให้ชิปขาดแคลนในช่วงนี้ อาจทำให้ Intel ที่กำลังมุ่งเอาดีด้านการจ้างผลิตชิป มองหาหนทางเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น หลังประกาศเตรียมสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ขับเคี่ยวกับ TSMC ที่ก็เตรียมสร้างโรงงานในรัฐเดียวกัน และ Samsung Electronics ที่เตรียมสร้างโรงงานในรัฐเท็กซัส ศึกการยึดกุมฐานผลิตชิปในประเทศน่าจะเริ่มร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังเกิดวิกฤตชิปขาดแคลนจากการรบกวนซัพพลายเชนของโควิด-19 รวมไปถึงฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงของ TSMC ยังอยู่ในไต้หวัน ซึ่งเสี่ยงต่อการมีข้อพิพาทกับจีน เมื่อบริษัทต่างๆ ต้องการขยายกำลังการผลิตและกระจายความเสี่ยง ประเทศที่ต้องการใช้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ความซับซ้อนสูงซึ่งอยู่ในอุปกรณ์สำคัญหลายชนิด จึงต้องมีการแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนในภาคการผลิตจากบริษัทต่างๆ มากขึ้น เช่นญี่ปุ่นที่เตรียมลงทุนกว่า 6 แสนล้านเยนก่อนหน้านี้ เพื่อรับประกันซัพพลายชิปในประเทศ ที่น่าจะถือได้ว่าเป็นปัญหาความมั่นคงอีกปัญหาที่สำคัญของยุคนี้เลยทีเดียว ที่มา - Nikkei Asia
# ปิดตำนานไปอีกหนึ่ง เกม HoN เตรียมหยุดให้บริการ วันที่ 20 มิถุนายนปีหน้า เกม Heroes of Newerth หรือ HoN เกม MOBA ในเครือของ Garena เตรียมหยุดให้บริการทุกรูปแบบทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาเหนือ และยุโรป วันที่ 20 มิถุนายนปีหน้า แต่จะเริ่มทยอยปิดระบบต่างๆ รวมถึงมีกิจกรรมขอบคุณผู้เล่น และเปิดให้โอน Gold Coin ไปยังเกมอื่นในเครือ Garena ได้ ตามไทม์ไลน์นี้ 13 ธันวาคม ปิดระบบเติมเงิน หยุดอัปเดตกิจกรรม ร้านค้า และโปรโมชั่น 20 ธันวาคม เริ่มกิจกรรม Thank You Event เปิดหน้าเว็บไซต์สำหรับเข้าร่วมกิจกรรมและยื่นเรื่องขอโอน Gold Coin ไปยังเกมที่กำหนดในเครือ Garena 31 ธันวาคม ปิดระบบสร้างตัวละคร 21 กุมภาพันธ์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ปิดระบบยื่นเรื่องขอโอนย้าย Gold Coin 20 มิถุนายน ยุติการให้บริการเกม Heroes of Newerth และช่องทางสื่อสารทุกช่องทาง รายละเอียดว่า Gold Coin สามารถโอนไปเกมไหนบ้าง ติดตามได้บนหน้าเว็บ ในวันที่ 20 ธันวาคม ส่วนรายละเอียดของกิจกรรมขอบคุณผู้เล่น ดูรายละเอียดแบบเต็มได้ที่นี่ Heroes of Newerth เปิดให้บริการในไทยช่วงเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2554 เมื่อหยุดให้บริการในเดือนมิถุนายนก็จะให้บริการมาเป็นเวลาราว 10 ปี กับอีก 7 เดือน ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานเกม MOBA ที่กำลังจะหายไป หลังเปิดตัวตั้งแต่สมัย DOTA ภาคแรก แต่ถูก DOTA 2 และ League of Legends ที่มีผู้เล่นมากกว่า กลบกระแสจนเงียบหายไป ที่มา - Facebook Page: Heroes of Newerth
# แคลิฟอร์เนียร์สั่งหยุดทดสอบรถไร้คนขับของ Pony.ai หลังรถไปชนป้ายจราจร ขนส่งทางบกแคลิฟอร์เนียร์ระงับใบอนุญาตทดสอบรถไร้คนขับของบริษัท Pony.ai หลังรถเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับเกาะกลางถนนและป้ายจราจร แม้จะไม่มีคู่กรณีหรือผู้บาดเจ็บก็ตาม อย่างไรก็ดีบริษัทยังคงได้รับอนุญาตให้ทดสอบระบบขับขี่อัตโนมัติโดยมีคนขับคอยควบคุมต่อไปได้ ตอนนี้มีรถไร้คนขับของ Pony.ai ได้รับอนุญาตให้ทดสอบแบบไม่ต้องมีคนควบคุมทั้งหมด 10 คัน ได้รับอนุญาตตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ขณะที่การทดสอบในจีนก็ได้รับอนุญาตให้ขยายพื้นที่ทดสอบในปักกิ่งกินบริเวณถึง 20 ตารางกิโลเมตร ที่ผ่านรถไร้คนขับเกิดอุบัติเหตุอยู่เนืองๆ โดยส่วนมากเป็นอุบัติเหตุไม่ร้ายแรง และตัวรถไร้คนขับมักเป็นฝ่ายถูก ไม่แน่ชัดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ร้ายแรงเป็นพิเศษอย่างไรทางขนส่งทางบกแคลิฟอร์เนียร์จึงสั่งระงับใบอนุญาต ที่มา - Reuters
# Assassin’s Creed เชื่อมจักรวาลภาค Valhalla และ Odyssey, ออกภาคเสริม Dawn of Ragnarök Ubisoft เชื่อมต่อจักรวาลของเกม Assassin’s Creed สองภาคล่าสุดคือ Valhalla และ Odyssey เข้าด้วยกัน โดยจะออกอัพเดตเนื้อหาฟรีให้เกมทั้งสองภาค ถือเป็นการ crossover กันในจักรวาลของ Assassin's Creed ด้วยกันเอง แม้อยู่ในคนละยุคสมัยกัน อัพเดตของ Odyssey ตัวเอก Kassandra หรือ Alexios (ถ้าเลือกเล่นเป็นผู้ชาย) ได้รับสมบัติเป็นคทาอมตะ Staff of Hermes Trismegistus ตอนท้ายเรื่องภาคหลัก และเดินทางไปยังเกาะ Korfu อัพเดตของ Valhalla Eivor นักรบชาวไวกิ้ง จะเดินทางไปยังเกาะ Isle of Skye ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ และได้เจอกับ Kassandra นักรบโรมัน ตัวเอกจากภาค Odyssey นอกจากนี้ เกม Assassin's Creed Valhalla ยังเปิดตัวภาคเสริมใหม่ Dawn of Ragnarök กำหนดออก 10 มีนาคม 2022 เป็นเนื้อหาของเทพ Odin ที่ต้องตามไปช่วยลูกชาย Baldr ที่ถูกเผ่ายักษ์แห่งไฟจับตัวไป เกมภาคนี้พัฒนาโดย Ubisoft Sofia ที่ทำภาค Assassin’s Creed Rogue กับ Assassin’s Creed Origins – The Curse of the Pharaohs มาก่อน ที่มา - Ubisoft
# ยืนยันแล้ว Netflix จะทำภาพยนตร์คนแสดง Rockman Henry Joost และ Rel Schulman สองคู่หูผู้กำกับภาพยนตร์ (สร้างชื่อจากสารคดีเรื่อง Catfish และภาพยนตร์ไซไฟ Project Power บน Netflix) ประกาศข่าวว่ากำลังพัฒนาภาพยนตร์คนแสดง Mega Man หรือ Rockman เพื่อฉายทาง Netflix ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดอื่นๆ ของภาพยนตร์ Mega Man เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการนำเสนอ (ใช้ CG ร่วมกับคนแสดงแบบ Sonic หรือแนวทางอื่น) และกำหนดฉาย เมื่อปี 2018 Capcom เองก็เคยประกาศว่าจะทำภาพยนตร์คนแสดง Mega Man โดยทีม Henry Joost และ Ariel Schulman ตั้งเป้าฉายในโรงภาพยนตร์ผ่าน 20th Century Fox แต่ข่าวก็เงียบหายไป จนกระทั่งข่าวล่าสุดคือ Netflix รับช่วงต่อไปแทน ที่มา - Supermarche, IMDb, The Verge
# CISA หน่วยความปลอดภัยไซเบอร์สหรัฐเตือนภัย ช่องโหว่ Log4j รุนแรงมาก ควรอุดแพตช์ทันที Jen Easterly ผู้อำนวยการหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาลสหรัฐ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หรือ CISA) ออกมาเตือนภัยเรื่องช่องโหว่ของ Log4j ว่าส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมาก, พบการโจมตีจริงๆ แล้ว และขอให้หน่วยงานรัฐบาลตรวจสอบระบบของตัวเองทันที CISA ยังตั้งคณะทำงานร่วมเฉพาะกิจ Joint Cyber Defense Collaborative (JCDC) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น FBI และ NSA รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานเอกชน เพื่อประสานงานกันให้อุดช่องโหว่ Log4j โดยเร็วที่สุด CISA เป็นหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ที่ตั้งขึ้นใหม่ในปี 2018 โดยสังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ของสหรัฐ ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน Jen Easterly ทำงานในสายความมั่นคงมานาน เคยอยู่ในหน่วยข่าวกรองของกองทัพบกสหรัฐ, NSA และศูนย์บัญชาการไซเบอร์ของกองทัพสหรัฐ เธอระบุว่าช่องโหว่ Log4j ถือว่าเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมาตลอดชีวิตการทำงาน คำแนะนำของ CISA ต่อหน่วยงานต่างๆ มี 3 ข้อคือ ตรวจสอบว่ามีระบบที่ออกอินเทอร์เน็ต และใช้งาน Log4j หรือไม่ ให้ทีมความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร มอนิเตอร์ระบบทั้งหมดที่เข้าข่าย ติดตั้ง web application firewall (WAF) ที่อัพเดตอัตโนมัติ ที่มา - CISA, CyberScoop
# Adobe หยุดทำ Photoshop Sketch และ Illustrator Draw บนอุปกรณ์พกพา ให้ไปใช้ Fresco Adobe ประกาศยุติแอพวาดรูปบนอุปกรณ์พกพา 2 ตัวคือ Photoshop Sketch และ Illustrator Draw ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 (บางครั้งเรียก Adobe Sketch และ Adobe Draw) โดยจะใช้งานไม่ได้ในวันที่ 10 มกราคม 2022 เหตุผลคือ Adobe มีแอพวาดรูปตัวใหม่ Adobe Fresco ที่เปิดตัวในปี 2019 (รีวิวของ Blognone) ใช้งานได้ทั้งบน iOS และ Windows อย่างไรก็ตาม Fresco ยังไม่มีบน Android ทำให้ผู้ใช้ Sketch/Draw บน Android คงต้องเปลี่ยนไปใช้แอพตัวอื่นกันแทน Adobe Fresco บน iPad ที่มา - Adobe
# Nike ซื้อกิจการ RTFKT สตูดิโอพัฒนาโครงการรูปแบบ NFT Nike ประกาศซื้อกิจการ RTFKT (อ่านว่า artifact) สตาร์ทอัพพัฒนาโครงการดิจิทัลแบบ NFT โดยดีลไม่มีการเปิดเผยมูลค่า John Donahoe ซีอีโอ Nike กล่าวว่าดีลนี้เป็นอีกก้าวของบริษัทสู่ยุคดิจิทัล ที่เชื่อมต่อนักกีฬา ผู้สร้างสรรค์ ผ่านกีฬา เกม วัฒนธรรม ซึ่งทีมงานของ RTFKT มีสิ่งเหล่านี้ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์กับ Nike ผลงานเด่นช่วงที่ผ่านมาของ RTFKT คือโครงการ CloneX ที่สร้างอวาตาร์ร่วมกับศิลปินดังของญี่ปุ่น Takashi Murakami ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายรวมมากกว่า 65 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ RTFKT เคยได้รับเงินเพิ่มทุน 8 ล้านดอลลาร์ จาก Andreessen Horowitz ที่มูลค่ากิจการ 33.3 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่มา: Nike ผ่าน TechCrunch
# Microsoft ร่วมมือกับ iFixit ขายอุปกรณ์สำหรับซ่อม Surface โดยเฉพาะ ไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือกับ iFixit โดยไมโครซอฟท์จะขายเครื่องมือซ่อม Surface ผ่าน iFixit.com อย่างไรก็ตามการขายนี้จะให้เฉพาะ กลุ่มผู้ให้บริการซ่อมระดับ Pro ของ iFixit, ตัวแทนให้บริการของไมโครซอฟท์, Microsoft Experience Centers และลูกค้าไมโครซอฟท์ระดับองค์กรเท่านั้น เครื่องมือเฉพาะสำหรับ Surface ที่ไมโครซอฟท์ออกแบบ และให้ iFixit เป็นผู้ผลิต มี 3 อย่าง ได้แก่ เฟรมสำหรับประกอบหน้าจอ, ตัวครอบแบตเตอรี่กันการสัมผัสกับเมนบอร์ด และเครื่องมือแกะหน้าจอ สุดท้าย iFixit ย้ำว่าความร่วมมือเป็นการขายอุปกรณ์ซ่อมแซม เพื่อสนับสนุนแนวทาง Right to Repair แต่ไม่มีผลกับการให้คะแนนซ่อมแซมเวลา iFixit แกะอุปกรณ์แต่อย่างใด ที่มา: Windows Central
# เลื่อนอีกรอบ! ฟีเจอร์ Universal Control ใช้งานข้ามระหว่าง Mac กับ iPad กำหนดออกต้นปีหน้า หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของการเปิดตัว macOS Monterey และ iPadOS 15 คือ Universal Control ที่ผู้ใช้งานสามารถควบคุมข้ามอุปกรณ์กันระหว่าง Mac กับ iPad โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ชุดเดียว อย่างไรก็ตามแอปเปิลได้อัพเดตข้อมูลว่าฟีเจอร์นี้คงต้องรอกันไปก่อน โดยแอปเปิลอัพเดตข้อมูลในหน้าผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนข้อความว่า Universal Control หรือควบคุมจากอุปกรณ์กลาง จะมีให้ใช้งานช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึง (มีนาคม-พฤษภาคม ปีหน้า) จากเดิมที่ระบุว่าจะออกมาภายในปีนี้ ที่มา: MacRumors
# TIME ให้ Elon Musk เป็นบุคคลแห่งปี 2021 นิตยสาร TIME ประกาศผลการคัดเลือกบุคคลแห่งปี หรือ Person of the Year ประจำปี 2021 โดยปีนี้เลือก Elon Musk ซีอีโอ Tesla และ SpaceX Edward Felsenthal บรรณาธิการของ TIME ให้เหตุผลว่า Musk ถือเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดสูงในปีที่ผ่านมา ทั้งในโลกและอาจจะนอกโลกด้วย นอกจากเขาจะเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกแล้ว ยังอาจเป็นตัวอย่างที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมครั้งใหญ่ด้วย ในปีที่ผ่านมา Tesla มีราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มสูงมาก จนทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ตามมูลค่าหุ้น ขณะที่ SpaceX ก็ประสบความสำเร็จในการพาคนทั่วไป ที่ไม่ใช่นักบินอวกาศเดินทางโคจรรอบโลกเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้บุคคลในวงการเทคโนโลยีที่ถูกเลือกเป็นบุคคลแห่งปีคือ Jeff Bezos ปี 1999 และ Mark Zuckerberg ปี 2010 TIME ยังประกาศบุคคลที่ถูกเลือกในด้านอื่นด้วย โดย ฮีโร่แห่งปี คือ Katalin Kariko, Barney Graham, Kizzmekia Corbett และ Drew Weissman นักวิทยาศาสตร์ผู้วิจัยพัฒนา mRNA ศิลปินแห่งปี Olivia Rodrigo และนักกีฬาแห่งปี Simone Biles ที่มา: TIME ผ่าน CNN
# Apple ออกแอป Tracker Detect สำหรับผู้ใช้ Android สแกนหา AirTag ที่อาจสะกดรอย แอปเปิลออกแอป Tracker Detect บน Android เพื่อให้ผู้ใช้งานที่ไม่มี iPhone หรือ iPad สามารถสแกนตรวจหา AirTag แท็กติดตามอุปกรณ์ ที่อาจมีผู้ใช้งานติดตามสะกดรอย ตลอดจนรองรับการค้นหาอุปกรณ์ที่ใช้เครือข่าย Find My ได้อีกด้วย กรณีของผู้ใช้ iOS จะแสดงการแจ้งเตือนขึ้นมา หากพบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักในรัศมี แต่สำหรับผู้ใช้ Android ก่อนหน้านี้จะมีเพียงการส่งเสียงเตือนเมื่อ AirTag อยู่ห่างจากเจ้าของระยะเวลาหนึ่ง และผู้ใช้ Android สามารถสแกนตรวจสอบได้ผ่าน NFC เท่านั้น แอป Tracker Detect ต้องการสิทธิเข้าถึงพิกัดและการอนุญาตให้เชื่อมต่อบลูทูธ ในการใช้งาน Tracker Detect จะสแกนหาอุปกรณ์ในรัศมี และแสดง Unknown AirTag หากพบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ผู้ใช้งานสามารถสั่งให้ AirTag นั้นส่งเสียง เพื่อการค้นหา แต่ AirTag ดังกล่าวก็ต้องอยู่ห่างจากเจ้าของอย่างน้อย 15 นาที ด้วยเช่นกัน กรณี AirTag นั้นติดสถานะสูญหาย (Lost Mode) จะมีคำแนะนำในการสแกน NFC เพื่อหาวิธีไปคืนให้เจ้าของได้อีกทางหนึ่ง ที่มา: CNET
# Apple ออกอัพเดต iOS 15.2, watchOS 8.3 และ macOS 12.1 แอปเปิลออกอัพเดตระบบปฏิบัติการในเครือทุกอุปกรณ์วันนี้ โดย iOS เป็นอัพเดตใหญ่ iOS 15.2 และ iPadOS 15.2 สามารถอัพเดตแบบ OTA ได้ที่ Settings > General > Software Update คุณสมบัติใหม่ใน iOS 15.2 และ iPadOS 15.2 เพิ่ม App Privacy Report รายงานการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเช่น กล้อง พิกัด รูปภาพ ของแต่ละแอป Apple ID กำหนดค่าผู้รับมรดกหรือ Digital Legacy กรณีผู้ใช้งานเสียชีวิต Message เพิ่มการแจ้งเตือนผู้ปกครอง หากเด็กได้รับหรือส่งภาพโป๊ (คนละฟีเจอร์กับ CSAM) ปิดเปิดการใช้งานกล้องโหมดมาโครอัตโนมัติใน iPhone 13 Hide My Email ซ่อนอีเมลโดยสร้างที่อยู่แบบสุ่ม สำหรับผู้ใช้ iCloud+ รองรับ Apple Music Voice Plan (ยังไม่มีในไทย) นอกจากนี้ยังแก้ไขบั๊กหลายรายการ อาทิ ปัญหา Siri ไม่ตอบสนองเวลา VoiceOver ทำงานและอุปกรณ์ล็อกอยู่, ภาพ ProRAW อาจสว่างไปเมื่อเปิดด้วยแอพ 3rd party, แอปสตรีมวิดีโออาจไม่โหลดคอนเทนต์ บน iPhone 13 watchOS 8.3 เพิ่ม App Privacy Report แก้ไขบั๊กการแจ้งเตือนสามารถรบกวนแอป Mindfulness ได้ AssistiveTouch เพิ่มการรองรับใน Apple Watch Series 4 และ 5 macOS Monterey 12.1 รองรับ SharePlay หน้า Memories ใน Photos ปรับปรุงใหม่ รายการอัพเดตอื่นเหมือนกับ iOS 15.2 เช่น Hide My Email, ระบบเตือนของ Message ฯลฯ ซอฟต์แวร์อื่นที่มีอัพเดตเช่นกัน tvOS 15.2 อัพเดตรายการทั่วไป HomePod 15.2 รองรับ Apple Music Voice Plan และรองรับการทำงานอีก 8 ภาษา ซึ่งก็ยังไม่มีภาษาไทย macOS Big Sur 11.6.2 แพตช์แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัย macOS Catalina อัพเดตแพตช์ความปลอดภัย 2021-008 ที่มา: MacRumors [1], [2], [3], [4], [5], 9to5Mac
# Adobe เปิดตัว Creative Cloud Express บริการทำภาพอย่างง่าย เน้นใช้แชร์โซเชียล ใช้งานได้ฟรี Adobe เปิดตัวบริการ Creative Cloud Express แอปแต่งภาพเน้นใช้งานได้ง่ายๆ สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการทำภาพสำหรับแชร์ลงโซเชียล หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการทำโฆษณา โดยเป็นบริการแบบ freemium ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้ฟรี พร้อมสตอเรจขนาด 2GB ตัวบริการมีทั้งแบบใช้งานบนเว็บและแอป เวอร์ชั่นพื้นฐานนั้นแก้ไขภาพได้ง่ายๆ และมี template, ฟอนต์, ใช้ภาพได้บางส่วน, และสตอเรจ 2GB เวอร์ชั่นพรีเมี่ยมจะเพิ่มฟีเจอร์จัดการแบรนด์, การตกแต่งรูปแบบซับซ้อน (ตัดภาพ, จัดกลุ่ม), ภาพสต็อก 160 ล้านภาพ, ฟอนต์ Adobe กว่า 20,000 ฟอนต์, และสตอเรจ 100GB ในเวอร์ชั่นพรีเมี่ยมยังมี Adobe Premiere Rush, Adobe Photoshop Express, Adobe Spark Video, และ Adobe Spark Page ให้พร้อมกัน บริการแก้ไขภาพอย่างง่ายนั้นมีหลายตัวในตลาด และส่วนมากหากเป็นบริการฟรีก็มักจะมีทางทำเงินเช่นการแสดงโฆษณา ทาง Adobe ระบุในงานแถลงข่าวว่ายังไม่มีแนวทางการแสดงโฆษณาในตอนนี้ แต่ที่ผ่านมา Adobe ก็ชินกับการให้บริการแบบ freemium มานานแล้ว เช่น Acrobat ที่ให้ใช้งานฟรีมาโดยตลอด ช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ ที่เป็นไปได้สำหรับการให้บริการฟรี เช่น การขาย template หรือภาพเพิ่มเติมแบบจ่ายตามการใช้งานจริง ไม่ต้องสมัครสมาชิกก็เป็นไปได้ในอนาคต สามารถใช้งานได้ผ่านเว็บ, แอปบน Android, iOS, Windows (ผ่าน Microsoft Store) และจะมีเวอร์ชั่น Enterprise และ Teams ในปี 2022 ที่มา - Adobe
# Baidu เปิดตัว Xi Rang แพลตฟอร์ม Metaverse เริ่มใช้ในงานประชุมนักพัฒนาปลายเดือนนี้ Baidu เปิดตัวแพลตฟอร์ม Metaverse ของตัวเองในชื่อ Xi Rang ที่แปลว่า Land of Hope โดยจะเริ่มใช้งานครั้งแรกในงานประชุมนักพัฒนาด้าน AI ของตัวเองในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ Baidu บอกว่าแพลตฟอร์มตัวเองสามารถรองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันถึง 100,000 คน โดยตอนนี้แพลตฟอร์มจะยังอยู่ในขั้นแรกของการพัฒนา และต้องอาศัยชุมชนนักพัฒนาในการช่วยกันปรับปรุงและสร้างสรรค์ ขณะที่สภาพแวดล้อมของโลก Metaverse ใน Xi Rang ทาง Baidu บอกว่าจะเหมือนเราอยู่ในโลก Wonderland ที่ผู้ใช้งานจะได้เจอกับสภาพแวดล้อมและตัวละครต่างๆ เช่น พระวัดเส้าหลินหรือตัวละครแฟนตาซีจากหนัง เป้าหมายด้านนี้ของ Baidu ณ ตอนนี้คือการสร้างเอนจินที่ช่วยประมวลผลด้าน AI และบนคลาวด์กับผลิตภัณฑ์ Metaverse อื่นๆ ที่มา - SCMP
# โซนี่เปิดตัว PS5 Console Covers ฝาเครื่อง 5 สี พร้อมจอย DualSense สีเข้าชุดกัน หลัง PS5 วางขายมาครบ 1 ปี ในที่สุดโซนี่ก็ประกาศขายฝาครอบสีอื่นๆ นอกจากสีขาวแล้ว โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า PS5 Console Covers มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า ม่วง ดำ แดง ชมพู เริ่มวางขายในเดือนมกราคม 2022 ด้วยสองสีแรกคือ ดำและแดง ส่วนสีอื่นๆ จะตามมาในระยะถัดไป ฝาเครื่องจะมีขายแยกทั้ง PS5 รุ่นใส่แผ่น และ PS5 Digital Edition นอกจากฝาครอบเครื่องแล้ว โซนี่ยังเปิดตัวจอย DualSense สีเข้าชุดกันคือ ฟ้า (Starlight Blue), ชมพู (Nova Pink), ม่วง (Galactic Purple) ออกมาพร้อมกัน (จอยสีแดงและดำ มีขายอยู่ก่อนแล้ว) ตอนนี้ยังไม่ประกาศราคาทั้งฝาครอบเครื่องและจอย DualSense ที่มา - PlayStation Blog
# [ลือ] iPhone 14 รุ่น Pro ขึ้นไป เปลี่ยนหน้าจอเป็นแบบเจาะรู แทนรอยบาก เว็บสื่อเทคโนโลยีจากเกาหลี The Elec รายงานข่าวลือตรงกับ Ming-Chi Kuo นักปล่อยข่าวลือ Apple ชื่อดัง ที่ระบุไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนว่า iPhone 14 Pro จะใช้กล้องหน้าแบบเจาะรู และไม่ใช้รอยบากอันเป็นเอกลักษณ์ของ iPhone มาอย่างยาวนานอีกต่อไป นอกจากนี้ MacRumors.com ยังระบุว่าหน้าจอจะมีแค่ไซส์ 6.1 และ 6.7 นิ้ว ทั้งในรุ่นธรรมดา และรุ่น Pro, Pro Max โดยจะไม่มีรุ่น mini อีก ส่วน The Elec ก็ระบุเพิ่มเติมว่า Apple เตรียมสั่งผลิตหน้าจอ LTPO OLED แบบ 120Hz เพิ่มแล้ว ซึ่งคราวนี้อาจมาจากทั้ง Samsung และ LG หลังจากที่ Samsung เป็นผู้ผลิตหน้าจอ LTPO OLED ของ iPhone 13 Pro, Pro Max แบบเจ้าเดียว คงต้องติดตามในปีหน้าว่า Apple จะทิ้งรอยบากอันเป็นเอกลักษณ์ หันไปหาหน้าจอแบบเจาะรูแทนจริงหรือไม่ หลังจากที่ฝั่ง Android ผลิตหน้าจอเจาะรูมาก่อนหลายปี และ MacBook Pro 14 และ 16 นิ้ว เพิ่งจะเพิ่มรอยบากเข้ามา และรูปลักษณ์ของ iPhone 14 Pro จะออกมาเป็นอย่างไร รูจะอยู่ตรงกลางเหมือนกับรอยบาก หรือย้ายไปอยู่บนฝั่งไหนบนหน้าจอกันแน่ ภาพ iPhone 13 Pro ที่มา - The Elec via MacRumors
# ญี่ปุ่นเตรียมลงทุน 6 แสนล้านเยน ให้บริษัทผลิตชิป TSMC และบริษัทอื่น ตั้งโรงงานใหม่ในประเทศ ญี่ปุ่นเตรียมลงทุน 6 แสนล้านเยน (ราว 1.78 แสนล้านบาท) ให้กับบริษัทผลิตชิปจากทั้งไต้หวัน สหรัฐฯ และของญี่ปุ่นเอง เป็นการทยอยให้เป็นเวลาหลายปี พร้อมเงื่อนไขว่าต้องเพิ่มกำลังการผลิตหากชิปขาดแคลน เพื่อรักษาซัพพลายของชิปในประเทศ เงิน 6 แสนล้านเยนนี้ แบ่งเป็น 4 แสนล้านเยนที่จะลงทุนให้ TSMC ตั้งโรงงานใหม่ที่จังหวัดคุมาโมโตะ อีก 2 แสนล้านเยน สำหรับบริษัทผลิตชิปจากสหรัฐฯ Micron Technology ที่เพิ่งซื้อโรงงานผลิตชิปของ Elpida Memory ที่ฮิโรชิม่าเพื่อตั้งโรงงานผลิต DRAM และ Kioxia Holdings ที่เป็นผู้ผลิตชิป NAND รายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังตั้งโรงงานแห่งใหม่ในหลายเมือง ญี่ปุ่นเตรียมปรับปรุงกฎหมายอำนวยความสะดวกในการลงทุนที่ก่อนหน้านี้เคยใช้กับธุรกิจ 5G ให้ไปโฟกัสด้านธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น โดยจะอนุมัติแผนการลงทุนใหม่โดยอิงจากกฎหมายนี้ ทำให้การลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์อาจเติบโตได้รวดเร็วขึ้น นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นก็มองว่านอกจาก TSMC แล้ว การขยายภาคการลงทุนของเอกชนโดยการพยายามดึงดูดผู้ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ก็เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ และกระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นก็มองว่าการดูแลซัพพลายของชิปเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว ดูท่าว่านอกจากไต้หวัน และสหรัฐฯ ที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดี เตรียมออกเงินเร่งแก้ปัญหาชิปขาดแคลนแล้ว ญี่ปุ่นน่าจะเป็นอีกหนึ่งในหลายประเทศที่มองเห็นความสำคัญของภาคการผลิตชิป ที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ และกำลังพยายามขยายการผลิต เพิ่มซัพพลายชิปในประเทศเช่นเดียวกัน ที่มา - Nikkei Asia
# เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกนานหน่อย ซีอีโออินเทลขอเวลา 5 ปี พลิกฟื้นบริษัท Pat Gelsinger ซีอีโอของอินเทลให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ประเมินว่าเขาต้องใช้เวลาถึง 5 ปีในการพลิกฟื้นอินเทลให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม เขาให้ความเห็นว่าถ้าประเมินผลงานเขาเป็นรายไตรมาส เขาสอบตก แต่เขาอยากให้ประเมินการทำงานของเขาในช่วงเวลา 2-3-4 ปี ในการกอบกู้กิจการบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอินเทลมากกว่า Gelsinger เพิ่งมารับตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และประกาศยุทธศาสตร์ IDM 2.0 ที่จะเปิดโรงงานของตัวเองรับจ้างผลิตชิปให้บริษัทอื่น รวมถึงล่าสุดประกาศนำบริษัทลูก Mobileye เตรียม IPO ในปีหน้า 2022 ที่มา - Wall Street Journal, Seeking Alpha, PCGamer
# Beacon VC ในเครือธนาคารกสิกรไทย ลงทุนใน Cryptomind ผู้ให้คำปรึกษา-จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (Beacon VC) บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย เข้าลงทุนในบริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Cryptomind Group) ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของสื่อด้านคริปโตหลายราย เช่น Bitcoin Addict Thailand, Kim DeFi Daddy, Blockchain Review, Coinman, Sanjay Popli และ Cryptomind Academy รวมถึงเป็นผู้จัดงานสัมมนา Blockchain Thailand Genesis และธุรกิจด้านจัดการเงินทุน-ให้คำปรึกษาในสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย Cryptomind ถือเป็นการลงทุนโดยตรงรายที่ 15 ของ Beacon VC (ไม่นับการลงทุนในกองทุนอื่น) และเป็นการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นบริษัทแรกด้วย นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ Beacon VC บอกว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้เครือธนาคารกสิกรไทยเข้าถึงและเข้าใจในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนนายอัครเดช เดี่ยวพานิช ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Cryptomind บอกว่าบริษัทจะใช้เงินทุนนี้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเและนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่โดดเด่นของโลกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยบหวังจะเป็น one-stop service ในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจ รวมไปถึงการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเงินทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริษัทในเครือ Merkle Capital และ Elkrem Capital บริษัทคาดว่าจะมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 1,000 ล้านบาท ภายหลังจากได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตอนนี้บริษัทในเครือ Cryptomind คือ Cryptomind Advisory ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้บริการที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นแห่งแรกของไทย และบริษัท Merkle Capital กำลังอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต.
# Cloudflare พบคนร้ายเริ่มโจมตี log4j ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม, AWS ออกแพตช์แบบไม่ต้องรีสตาร์ต, ซอฟต์แวร์สแกนในองค์กรออกแล้ว ช่องโหว่รันโค้ดระยะไกลของ log4j เปิดช่องโหว่เข้าถึงระบบสำคัญๆ จำนวนมากในโลก ตอนนี้มีความพยายามปิดช่องโหว่นี้หลายช่องทางด้วยกัน แต่จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ออกมาระบุว่าพบหลักฐานการโจมตีช่องโหว่นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนการเปิดเผยช่องโหว่ถึง 9 วัน แม้ว่าจะเป็นการโจมตีเฉพาะก็ตาม ด้าน AWS ออกแพตช์พิเศษ เพื่อแพตช์โปรเซสที่รันอยู่แบบไม่ต้องรีสตาร์ต (hotpatch) ทำให้สามารถปิดช่องโหวได้ แม้จะรันเซอร์วิสอยู่ก็ตาม โดยรองรับแอปพลิเคชั่นที่ใช้ JDK8 และ JDK11 บนลินุกซ์เท่านั้น ทีมงาน FullHunt ออกซอฟต์แวร์สแกนเว็บเพื่อตรวจสอบว่ามีช่องโหว่หรือไม่ โดยมันจะพยายามยิงข้อมูลทดสอบเข้า HTTP header หลายสิบฟิลด์, ยิง JSON, และ HTTP POST เพื่อยืนยันว่าไม่มีฟิลด์ใดถูก log ด้วย log4j รวมถึงพยายามหลบเลี่ยง Web Application Firewall (WAF) ที่เริ่มเพิ่มกฎตรวจสอบการโจมตีช่องโหว่นี้แล้ว ถึงตอนนี้กลุ่มแฮกเกอร์ต่างๆ เริ่มสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาแอปพลิเคชั่นที่มีช่องโหว่นี้อย่างต่อเนื่อง กลุ่ม DDoS ใช่ช่องโหว่นี้เพื่อหาเครื่องเข้า bot เข้าเครือข่าย หรือบางกลุ่มก็แฮกเพื่อรันซอฟต์แวร์ขุดเงินคริปโต ดังนั้นหากซอฟต์แวร์ที่ใช้งานมีความเสี่ยงควรหาทางปิดความเสี่ยงหรือแพตช์โดยเร็ว
# โดนอเมริกาแบนแล้วไง หน่วยวิจัยจีนหันมาทำซีพียู RISC-V ตั้งเป้าออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน Chinese Academy of Sciences หน่วยงานวิจัยของรัฐบาลจีน หันมาทำซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรมเปิด RISC-V โดยประกาศว่าจะออกดีไซน์ซีพียูรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน ตามรอบการปรับสเปกของ RISC-V Foundation ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ดูแลมาตรฐานชุดคำสั่งของ RISC-V ก่อนหน้านี้ CAS เคยพัฒนาซีพียูจีน Loongson มาตั้งแต่ปี 2010 โดยใช้สถาปัตยกรรม MIPS แต่เมื่อภายหลัง CAS เป็นหนึ่งในหน่วยงานวิจัยของรัฐบาลจีนที่โดนสหรัฐอเมริกาแบนการทำการค้าด้วย ทำให้ CAS ต้องหันมาพัฒนาซีพียูบนสถาปัตยกรรมเปิดอย่าง RISC-V ที่ใครก็มาใช้งานได้ ซีพียูของ CAS ใช้ชื่อเรียกว่า XiangShan (สเปกและข้อมูลอยู่บน GitHub) ตอนนี้ออกมาแล้วหนึ่งรุ่นคือ Yanqihu เมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 ส่วนซีพียูรุ่นที่สอง Nanhu เปิดตัวแล้วในงาน RISC-V Summit สัปดาห์ที่ผ่านมา และจะออกตัวจริงช่วงต้นปี 2022 ข้อมูลจาก CAS ระบุว่า Yanqihu มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ SiFive P550 และใกล้เคียงกับ Arm Cortex-A76 โดยออกแบบมาสำหรับการผลิตที่ 28 นาโนเมตร ส่วน Nanhu เป็นชิป 64 บิต เร็วกว่าเดิม 2 เท่า เป็นชิปดูอัลคอร์ รันที่คล็อค 2.0GHz และออกแบบมาผลิตที่ 14 นาโนเมตร โดยโรงงาน SMIC บริษัทชิปของประเทศจีน เบื้องต้น CAS ยังออกแบบซีพียูเพื่อการวิจัยเท่านั้น ยังไม่มีแผนจะออกเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ปิดกั้นหากจะมีบริษัทจีนมาทำผลิตภัณฑ์ขาย ทีมออกแบบซีพียูของ CAS มีประมาณ 30 คน โดยแบ่งเป็นวิศวกร 5 คน และนักศึกษาอีก 25 คน ฟีเจอร์บางอย่างดึงมาจากซีพียูของ SiFive ที่เปิดพิมพ์เขียวเป็นโอเพนซอร์สอยู่แล้ว นอกจาก CAS แล้ว จีนยังมีบริษัท StarFive ที่ทำซีพียู RISC-V รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ก็พัฒนาซีพียู RISC-V และเปิดเป็นโอเพนซอร์สเช่นกัน ผู้สนใจสามารถดู เอกสารนำเสนอของ XiangShan ที่มา - The Register, The Register
# รวมดิสโทรลินุกซ์ทางเลือกใช้แทน CentOS 8 หลังหมดอายุสิ้นปี 2021 CentOS 8 จะสิ้นระยะซัพพอร์ตในวันที่ 31 ธันวาคม 2021 หลังจากนี้ไป โครงการ CentOS จะเข้าสู่ยุคใหม่ที่เป็น CentOS Stream แทน เท่ากับว่าเมื่อขึ้นปี 2022 แล้ว CentOS 8 จะไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยอีกต่อไป แต่ CentOS 8 เป็นระบบปฏิบัติการที่มีคนนิยมใช้อย่างสูง โดยเฉพาะในฝั่งเซิร์ฟเวอร์ จึงเกิดคำถามตามมาว่าผู้ใช้ CentOS 8 ที่ตอนนี้เหลือเวลาอีกน้อยนิด มีทางเลือกในการอัพเกรดไปใช้ระบบปฏิบัติการใดแทนได้บ้าง เว็บไซต์ ZDNet ได้รวบรวมทางเลือกที่เป็นไปได้ในการอัพเกรดแทน CentOS 8 โดยเริ่มจากกลุ่มที่ดัดแปลงมาจาก RHEL 8 และสามารถทดแทน CentOS 8 ได้ทันที AlmaLinux AlmaLinux เป็นโครงการทดแทน CentOS ที่เปิดตัวอย่างรวดเร็ว หลังประกาศหยุดซัพพอร์ตของ Red Hat เพียงไม่กี่วัน ผู้สร้างโครงการ AlmaLinux คือบริษัท CloudLinux ที่ทำธุรกิจขายซัพพอร์ต CentOS อยู่ก่อนแล้ว จึงเชื่อใจได้ในเรื่องประสบการณ์และความคุ้นเคยกับ CentOS แถมล่าสุดยังได้รับสปอนเซอร์จากบริษัทใหญ่ระดับไมโครซอฟท์ ตอนนี้ AlmaLinux ออกเวอร์ชันล่าสุดคือ 8.5 ซึ่งเทียบเท่า RHEL 8.5 รุ่นล่าสุดในตอนนี้ ราคา: ฟรี CloudLinux โครงการโคลน RHEL ของบริษัท CloudLinux ที่ใช้โมเดลการขายซัพพอร์ตแข่งกับ Red Hat ในราคาที่ถูกกว่า (ถ้าไม่ต้องการซัพพอร์ตก็ใช้ AlmaLinux) โดยเนื้อของมันแล้ว CloudLinux เหมือนกับ RHEL ทุกประการ และบริษัทมีสคริปต์ช่วยแปลงเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น CentOS 8 มาเป็น CloudLinux ได้ทันที บริษัทบอกว่าปัจจุบันมีลูกค้าใช้งานมากกว่า 500,000 เครื่องทั่วโลก ราคา: เริ่มต้นที่ 14 ดอลลาร์ต่อเครื่องต่อเดือน CentOS 8 ซื้อซัพพอร์ต CloudLinux อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ยังไม่อยากไมเกรดเครื่องที่เป็น CentOS 8 คือยังใช้ CentOS 8 ต่อไปก่อน แล้วซื้อซัพพอร์ต TuxCare จากบริษัท CloudLinux แทน ซึ่งซัพพอร์ตของ CentOS 8 จะมีขายไปจนถึงปี 2025 ราคา: เริ่มต้นที่ 4.50 ดอลลาร์ต่อเครื่องต่อเดือน Rocky Linux โครงการโอเพนซอร์สทดแทน CentOS อีกโครงการ แถมริเริ่มโดย Greg Kurtzer ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ CentOS ต้นฉบับ และได้รับการสนับสนุนจาก AWS, Google Cloud, Microsoft ตอนนี้ Rocky Linux ออกเวอร์ชัน 8.5 ตามทัน RHEL แล้วเช่นกัน ราคา: ฟรี Oracle Linux Oracle มีโครงการ Oracle Linux มาตั้งแต่ปี 2006 โดยนำซอร์สโค้ดของ RHEL มาคอมไพล์เป็นไบนารีแจก ลักษณะเดียวกับ CentOS ทุกประการ และเพิ่มเคอร์เนลเวอร์ชันของ Oracle เข้ามาให้เป็นอีกทางเลือกด้วย หลัง CentOS 8 ปรับนโยบาย Oracle ก็รีบเสนอตัวเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ CentOS ทันที พร้อมชูจุดเด่นเรื่อง "ฟรีและดี" (ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามาจาก Oracle!) ราคา: ฟรี HPE ClearOS ClearOS เป็นโครงการโคลน RHEL อีกตัวจาก Hewlett Packard Enterprise (HPE) ที่มีให้เฉพาะลูกค้าเซิร์ฟเวอร์ ProLiant เท่านั้น ตัวระบบปฏิบัติการใช้ได้ฟรีสำหรับผู้ใช้ ProLiant และถ้าอยากซื้อซัพพอร์ตก็มีขายในราคาเริ่มต้น 36 ดอลลาร์ต่อเครื่องต่อปี อย่างไรก็ตาม ClearOS ยังมาไกลสุดที่เวอร์ชัน 7.x เท่านั้น ราคา: ตัว OS ฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่อง ProLiant นอกจากดิสโทรที่เข้ากันได้กับ RHEL 8/CentOS 8 แล้ว ยังมีทางเลือกเป็นดิสโทรอื่นๆ ที่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่มุ่งเป้าตอบโจทย์ตลาดเซิร์ฟเวอร์องค์กรเหมือนกัน ได้แก่ Amazon Linux โครงการลินุกซ์ที่พัฒนาโดย AWS เดิมทีพัฒนามาจาก RHEL แต่รุ่นล่าสุดคือ Amazon Linux 2022 พัฒนาจาก Fedora แทน ดิสโทรมีนโยบายออกใหม่ทุก 2 ปี และมีระยะซัพพอร์ตนาน 5 ปี รูปแบบการใช้งานเน้นใช้บนเครื่อง AWS เป็นหลัก เพราะปรับแต่งฟีเจอร์หลายด้านให้เชื่อมกับบริการและซอฟต์แวร์ของ AWS แต่ก็สามารถนำอิมเมจ Amazon Linux ไปใช้กับเครื่องนอก AWS ได้เช่นกัน ราคา: ฟรี Ubuntu อีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้คือ อัพเกรดข้ามสายมาใช้ Ubuntu (ที่พัฒนาบน Debian) ซึ่งใช้งานได้ฟรี และสามารถซื้อซัพพอร์ตจาก Canonical ได้ถ้าต้องการ เพียงแต่กระบวนการอัพเกรดและการเรียนรู้ "โลกใหม่" ก็อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรอยู่บ้าง ราคา: ฟรี ที่มา - ZDNet
# CentOS Stream 9 เปิดตัว เริ่มยุคใหม่โครงการ CentOS ที่ไม่เท่ากับ RHEL อีกต่อไป โครงการ CentOS ภายใต้การดูแลของ Red Hat เปิดตัว CentOS Stream 9 ซึ่งถือเป็นยุคใหม่ของ CentOS หลังการเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ เลิกซัพพอร์ต CentOS 8 เมื่อปลายปี 2020 เดิมที CentOS เป็นการนำซอร์สโค้ดของ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) ที่เป็นรุ่นเสถียรสำหรับองค์กร มาคอมไพล์เป็นไบนารี แจกจ่ายให้ฟรีโดยไม่ต้องซื้อ subscription จาก Red Hat โดยเลขเวอร์ชันของ CentOS จะเท่ากับ RHEL เสมอ และออกตามหลัง RHEL เล็กน้อย แต่ CentOS Stream เป็นสิ่งที่ต่างออกไป เพราะมันคือดิสโทรต้นน้ำ (upstream) ของ RHEL อีกที โดยอยู่ตรงกลางระหว่าง Fedora ที่ออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน กับ RHEL ที่ออกช้ากว่า ซึ่งทีมของ Red Hat จะนำ CentOS Stream 9 ไปพัฒนาต่อเป็น RHEL 9.x อีกต่อหนึ่ง ปัจจุบันสถานะคือ RHEL 9.0 Beta (ดูแผนภาพประกอบ) CentOS Stream 9 เป็นการหยิบเอา Fedora 34 ที่ออกเมื่อเดือนเมษายน 2021 คาดว่าจะมีอายุซัพพอร์ตไปจนถึงปี 2027 (เท่ากับระยะซัพพอร์ตของ RHEL 9) ตอนนี้โครงการ CentOS มีระบบปฏิบัติการทั้งหมด 4 รุ่นย่อย มีทั้ง CentOS เดิม และ CentOS Stream ของใหม่ มีระยะซัพพอร์ต (end of life) ดังนี้ CentOS Linux 7 EOL: 2024-06-30 เท่าเดิม CentOS Linux 8 EOL: 2021-12-31 ถูกตัดให้สั้นลง CentOS Stream 8 EOL: 2024-05-31 เท่าเดิม CentOS Stream 9 EOL: คาดว่า 2027 ต้องรอดูระยะซัพพอร์ตของ RHEL 9 ก่อน ที่มา - CentOS
# SWZD รายงานการใช้จ่ายด้านไอทีองค์กร 2022 - แนวโน้มเพิ่มขึ้น, ลงทุน Automation และการอบรม Cybersecurity SWZD มาร์เกตเพลส B2B ด้านงานเทคโนโลยี ออกรายงาน State of IT นำเสนอแนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีขององค์กร และทิศทางเทคโนโลยีในปี 2022 ภาพรวมแนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านไอทีเพิ่มขึ้นจากปี 2021 เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่มองแนวโน้มรายได้ธุรกิจกลับมาเติบโต แบ่งเป็น 64% องค์กรขนาดใหญ่ (พนักงานมากกว่า 500 คน) จะเพิ่มค่าใช้จ่ายไอที และ 45% ขององค์กรขนาดเล็กจะเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้องค์กรเพิ่มงบประมาณ มาจากการเพิ่มความสำคัญโครงการที่เกี่ยวกับไอทีมากขึ้น รองลงมาคืออัพเกรดระบบที่ล้าสมัย ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่าย ฮาร์ดแวร์มีแนวโน้มที่ลดลง แทนที่ด้วยค่าใช้จ่ายด้านคลาวด์และบริการที่อยู่คลาวด์ เทคโนโลยีใหม่ที่องค์กรสนใจนำมาใช้งาน 71% สนใจ IT Automation ในการทำงาน, 68% สนใจ Gigabit Wi-Fi และ 54% เป็น IoT ความปลอดภัยเป็นหัวข้อใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาสำหรับองค์กร ทำให้ 76% ขององค์กรบอกว่าจะลงทุนในเครื่องมือฝึกอบรมด้าน security กับพนักงาน ตามด้วยการซื้อซอฟต์แวร์บริหารจัดการ รายงานฉบับเต็มสามารถดูได้จากที่มา ที่มา: SWZD ผ่าน VentureBeat
# SiFive เปิดตัวซีพียู RISC-V แกน P650 ประสิทธิภาพดีขึ้น 50% ใกล้เคียง Arm รุ่นกลางแล้ว บริษัท SiFive ผู้ออกแบบซีพียู RISC-V เปิดตัวคอร์ประสิทธิภาพสูงตัวใหม่ SiFive Performance P650 อย่างเป็นทางการ หลังออกมาโชว์ตัวเลขไปรอบหนึ่งเมื่อเดือน ต.ค. จุดเด่นของ P650 คือมีประสิทธิภาพต่อรอบคล็อคเพิ่มขึ้น 40% จาก P550 รุ่นก่อน (จากปัจจัยความกว้างของการประมวลผลคำสั่งต่อรอบ) และมีประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้น 50% (จากปัจจัยเพิ่มคล็อคสูงสุดขึ้นอีก) ทำให้ดันเพดานของ RISC-V ให้สูงขึ้นอีกในแง่ประสิทธิภาพ P650 สามารถต่อกันได้สูงสุด 16 คอร์ และยังมีส่วนขยาย RISC-V hypervisor สำหรับ virtualization ด้วย ถึงแม้ RISC-V ยังไม่สามารถแข่งกับซีพียู x86 หรือ Arm ตัวแรงๆ ได้ในตอนนี้ (SiFive เปรียบเทียบว่าประสิทธิภาพต่อคล็อคใกล้เคียงกับ Cortex A77 คอร์ระดับกลางของ Arm ที่ออกในปี 2019) แต่จากพัฒนาการที่รวดเร็วของ RISC-V ทำให้ Patrick Little ซีอีโอของ SiFive พยากรณ์ว่าเราน่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟนพลัง RISC-V กันในปี 2023 SiFive ระบุว่าจะเริ่มส่งตัวอย่างให้พาร์ทเนอร์ในไตรมาส 1/2022 ที่มา - SiFive, CNET, The Register
# ซัมซุงประกาศชื่อแผนกใหม่ ที่รวมธุรกิจมือถือกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เรียกว่า DX (Device eXperience) หลังจากที่ซัมซุงประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจในบริษัท โดยการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือรวมกลุ่มธุรกิจมือถือ (IT & Mobile Communication) กับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า (Consumer Electronics) เข้าด้วยกัน ล่าสุดซัมซุงประกาศชื่อกลุ่มธุรกิจใหม่นี้แล้ว โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะเรียกว่าฝ่าย DX มาจากคำว่า Device eXperience สะท้อนการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า กลุ่มธุรกิจ DX มี Han Jong-hee เป็นซีอีโอ โดยธุรกิจในกลุ่มนี้มีทั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัล, อุปกรณ์หน้าจอแสดงผล, อุปกรณ์ทางการแพทย์และสุขภาพ, ธุรกิจมือถือทั้งหมด และธุรกิจโครงข่ายเชื่อมต่อ ที่มา: ซัมซุง
# กสิกรไทยอัพเดตบริการผ่านเว็บเป็น K BIZ เปิดทางยืนยันธุรกรรมผ่านแอป K PLUS แทน SMS ธนาคารกสิกรไทยอัพเดตเว็บ K Cyber เป็นบริการ K BIZ โดยอัพเดตบริการให้ทันสมัยทัดเทียมกับแอป K PLUS มากขึ้น ฟีเจอร์สำคัญที่เพิ่มมาคือ แสดงสลิปโอนเงินพร้อม QR สำหรับการตรวจสอบธุรกรรมให้ส่งต่อไปยังผู้รับได้แบบเดียวกับการโอนผ่านแอป ใช้แอป K PLUS ยืนยันการทำธุรกรรมแทนการรับ SMS การใช้แอป K PLUS แทน SMS เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการงาน ทำให้ทางกสิกรยอมให้เพิ่มวงเงินใช้งานต่อวันได้สูงกว่าเดิม เป็นวันละ 5 ล้านบาท และทำธุรกรรมในบัญชีของตัวเองได้วันละ 30 ล้านบาท ตอนนี้หากต้องการใช้ SMS ต่อไปก็ยังใช้งานได้ แต่จะใช้ได้ไม่เกิน 5 แสนบาทเท่านั้น และหากเปลี่ยนไปยืนยันธุรกรรมด้วย K PLUS แล้วจะไม่สามารถกลับไปใช้ SMS OTP ได้อีก แนวทางของทางธนาคารกสิกรไทยนับว่าตรงกับมาตรฐาน NIST SP 800-63 ที่ระบุให้จำกัดการใช้งาน SMS เพื่อยืนยันตัวเพิ่มเติม และหากยังรองรับ SMS ก็ให้เสนอทางเลือกอื่นยืนยันตัวตนทดแทน ที่มา - Kasikorn Bank
# Elastic รายงานช่องโหว่ log4j กระทบ Elasticsearch, Logstash พร้อมคำแนะนำบรรเทาช่องโหว่ระหว่างรอแพทซ์ ช่องโหว่ zero-day ของ log4j ที่ปล่อยออกมาล่าสุดนั้นได้เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเนื่องจากเป็นไลบรารีที่ได้รับความนิยมในภาษา Java และเป็นช่องโหว่ร้ายแรงทำให้ผู้พัฒนาโครงการหลายอย่างที่ใช้ Java ต้องวางแผนในการออกอัพเกรดซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุด ล่าสุด Elastic ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ Elastic Stack ที่นิยมใช้ในงานมอนิเตอร์ได้ออกประกาศรายละเอียดผลกระทบของผลิตภัณฑ์แล้ว พร้อมคำแนะนำในการบรรเทาช่องโหว่ระหว่างรอแพทซ์ โดยหลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบคือ Elasticsearch, Logstash และ APM Java Agent มีรายละเอียดดังนี้ ตัว Elasticsearch ในรายงานระบุว่ากระทบตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0.0 ขึ้นไป แต่เนื่องจาก Elastic ใช้ระบบ Java Security Manager อยู่แล้ว ทำให้โอกาสในการรันโค้ดผ่านช่องโหว่นี้ไม่ง่าย ถือเป็นการบรรเทาความร้ายแรงของช่องโหว่นี้ไปในตัว แต่เพื่อป้องกันปัญหา Elastic จึงแนะนำให้ใส่ JVM Options -Dlog4j2.formatMsgNoLookups=true ไว้ก่อนระหว่างรออัพเดต ซึ่ง Elastic ระบุว่าจะออก Elasticsearch เวอร์ชัน 6.8.21 และ 7.16.1 เพื่อแก้ปัญหาเร็ว ๆ นี้ ส่วน Logstash ถ้าใช้เวอร์ชัน 6.8.x และ 7.x หรือใหม่กว่า เมื่อคอนฟิกให้ใช้ JDK ที่ต่ำกว่า 8u191 และ 11.0.1 จะมีความเสี่ยงสูงเพราะเปิดให้โหลด class ของ Java จากระยะไกลได้ แต่ Logstash ที่ใช้ JDK เวอร์ชันใหม่ จะลดความเสี่ยงตรงจุดนี้ได้ (แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่หากโดน DoS) ส่วนวิธีแก้ปัญหา เนื่องจาก JVM Options -Dlog4j2.formatMsgNoLookups=true ใช้ไม่ได้ (เพราะ Logstash เซ็ทอัพ log4j ให้ไม่อ่าน flag) จึงต้องลบคลาส JndiLookup ออกจาก log4j2 core jar แทน โดยใช้คอมมานด์ zip -q -d /logstash-core/lib/jars/log4j-core-2.* org/apache/logging/log4j/core/lookup/JndiLookup.class ฝั่ง APM Java Agent กระทบตั้งแต่เวอร์ชัน 1.17.0-1.28.0 และออกอัพเดตเวอร์ชัน 1.28.1 เพื่อแก้ปัญหาแล้ว โดย Elastic แนะนำให้ผู้ใช้อัพเกรดไปเป็นเวอร์ชันถัดไป แต่ถ้ายังไม่สามารถอัพเกรดได้ แนะนำให้ผู้ใช้บรรเทาด้วยการใส่ -Dlog4j2.formatMsgNoLookups=true ไปก่อนได้ ซึ่งช่องโหว่นี้จะกระทบเฉพาะเมื่อกำหนด log_level=trace และใช้ฟอร์แมตเป็น PLAIN_TEXT เท่านั้น รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ Elastic Cloud, Elastic Cloud Enterprise และ Swiftype จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะอัพเดต log4j เป็นเวอร์ชันใหม่ให้เร็วที่สุด Elastic Cloud on Kubernetes ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ตัว Elasticsearch ที่อยู่ภายใต้การจัดการของ ECK ควรเซ็ทค่าเพื่อบรรเทาผลกระทบตามที่ระบุไว้ข้างต้น APM Server, Beats, Cmd, Elastic Endgame, Elastic Map Service, Endpoint Security, Enterprise Search, Kibana และ Machine Learning ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนอัพเดตเพิ่มเติม Elastic ระบุว่าแนะนำให้ติดตามได้ผ่านช่องทาง Security Announcement ที่มา - Elastic ภาพจาก Elastic
# สตูดิโอ Bungie มีปัญหาวัฒนธรรมองค์กร คุกคามทางเพศ ซีอีโอออกมาขอโทษแล้ว สตูดิโอ Bungie ผู้สร้างเกม Destiny เป็นสตูดิโอรายล่าสุดที่มีปัญหาวัฒนธรรมที่ทำงานมีการคุกคามทางเพศ จนล่าสุดซีอีโอ Pete Parsons ต้องออกมาเขียนจดหมายขอโทษแล้ว Bungie เคยมีประเด็นเรื่องวัฒนธรรมการทำงานเมื่อเดือนกันยายน หลังมีพนักงานรายหนึ่งออกมาแฉปัญหาในบริษัท ซึ่งตอนนั้น Parsons ออกมาประกาศมาตรการหลายอย่างด้านความหลากหลายในที่ทำงาน แต่ล่าสุด IGN มีบทความสัมภาษณ์พนักงานทั้งอดีตและปัจจุบันจำนวน 26 คน พบว่าปัญหาภายในที่ทำงานของ Bungie ยังเหมือนเดิม มีทั้งเรื่องวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ไปจนถึงฝ่าย HR กลับปกป้องผู้กระทำผิดซะเอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการทำงานหนักเป็นเวลานานๆ หรือศัพท์ในวงการเกมเรียกว่า crunch time ด้วย หลังบทความของ IGN เผยแพร่ออกมา ทำให้ Parsons ต้องออกมาขอโทษพนักงานทุกคนที่เคยประสบปัญหา เขาระบุว่าได้ไล่พนักงานที่สร้างปัญหาออกไปหลายคน โดยไม่สนใจผลงานหรืออายุงาน รวมถึงจะปรับปรุงเรื่องการวางแผนให้ดีขึ้น โดยไม่ให้พนักงานต้องทำงานหนักเกินควร ปัญหาเรื่องวัฒนธรรมในการทำงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับสตูดิโอเกมใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่น Ubisoft หรือ Activision Blizzard และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขได้ง่ายนัก ที่มา - IGN, Eurogamer
# พบไมโครซอฟท์เสนอส่วนลด 50% ให้ผู้ใช้ Office เถื่อน หันมาใช้ของแท้ เว็บไซต์ gHacks.net รายงานข่าวว่าผู้ใช้ Microsoft Office 2019 แบบเถื่อน เริ่มได้รับข้อความแจ้งเตือนใต้ Ribbon ในหน้าต่าง Office เอง เป็นข้อเสนอส่วนลด 50% สำหรับการสมัคร Microsoft 365 เมื่อคลิกลิงก์ไปแล้วจะพบหน้าเว็บของไมโครซอฟท์พูดถึง อันตรายจากซอฟต์แวร์เถื่อน แต่อาจไม่เห็นราคาที่ลดลง 50% ซึ่งอาจขึ้นกับระบบตรวจสอบผู้ใช้ของไมโครซอฟท์ด้วย แหล่งข่าวของ gHacks มาจากประเทศอินเดีย (ราคาบนหน้าเว็บเป็นสกุลเงินรูปี) แต่ยังไม่ชัดเจนว่าไมโครซอฟท์นำเสนอส่วนลด 50% ให้กับผู้ใช้เถื่อนในประเทศใดบ้าง ที่มา - gHacks.net
# Motorola เปิดตัว Edge X30 ในจีน, ใช้ Snapdragon 8 Gen 1, กล้องหน้า 60MP สัปดาห์ที่ผ่านมา Motorola เปิดตัวมือถือรุ่นเรือธง Motorola Edge X30 ที่ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 8 Gen 1 โดยยังเปิดตัวเฉพาะรุ่นที่ขายในจีนเท่านั้น สเปกอย่างอื่นคือ หน้าจอ 6.7" AMOLED FHD+ อัตรารีเฟรช 144Hz อัตราตอบสนองการทัช 576Hz, กล้องหลังหลัก 50MP + อัลตร้าไวด์ 50MP + 2MP depth, กล้องหน้าขนาดใหญ่ 60MP, แบตเตอรี่ 5000 mAH ชาร์จเร็ว 68 วัตต์, ระบบปฏิบัติการเป็น Android 12 มาให้แต่แรก ราคาเริ่มต้นที่ 3,199 หยวนสำหรับรุ่น 8GB/128GB (ประมาณ 17,000 บาท) และยังไม่มีข้อมูลว่าจะเปิดตัวนอกจีนเมื่อไร ที่มา - Android Central
# AWS ชี้แจงปัญหาคลาวด์ล่มสัปดาห์ที่แล้ว เตรียมยกเครื่องซัพพอร์ตและแดชบอร์ดใหม่ให้ลูกค้าตรวจสอบปัญหาได้ง่ายขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา AWS มีปัญหาโดยเริ่มต้นจากโซน Northern Virginia หรือ US-EAST-1 ในวันที่ 7 ธันวาคม (เป็นช่วงรอยต่อระหว่างคืนวันที่ 7-8 ธันวาคมตามเวลาประเทศไทย) และวันนี้ Amazon ก็ได้ออกแถลงการณ์อย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว AWS เล่าแบคกราวน์ว่า เซอร์วิสส่วนใหญ่ของ AWS และเวิร์คโหลดของลูกค้าทั้งหมดจะรันบนเครือข่ายหลักของ AWS (main AWS network) แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ AWS ใช้เครือข่ายภายใน (internal network) เช่น ระบบ DNS ภายใน, ระบบมอนิเตอร์, ระบบควบคุมสิทธิ์ และ control plane บางส่วนของ EC2 ซึ่ง AWS ก็มีการสเกลเครือข่ายเหล่านี้ไปทั่วโลกเพื่อทำให้เซอร์วิสเหล่านี้มี HA มากพอ ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อเวลา 7:30 นาฬิกาตามเวลาแปซิฟิก ระบบสเกลอัตโนมัติของเซอร์วิสที่โฮสต์อยู่ภายใต้เครือข่ายหลักเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิด (unexpected behaviour) เนื่องจากมีไคลเอนท์จำนวนมากในเครือข่าย ทำให้การเชื่อมต่อเพิ่มขึ้นมหาศาล เกิดความแออัดบนเครือข่ายมากเกินกว่าอุปกรณ์เครือข่ายระหว่างเครือข่ายภายในและเครือข่ายหลักของ AWS จะรับไหว จึงทำให้เกิดดีเลย์ในการสื่อสารระหว่างสองเครือข่ายนี้ ส่งผลให้ระบบช้าและเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจำนวนมาก นอกจากลูกค้าจะได้รับผลกระทบแล้ว ปัญหานี้ยังกระทบไปถึงทีมงานภายใน AWS ด้วย คือระบบมอนิเตอร์เรียลไทม์สำหรับทีมโอเปอเรชั่นภายในก็ใช้ไม่ได้ ทำให้ AWS ต้องใช้เวลานานในการหาสาเหตุด้วยการตรวจสอบ log และพบว่าเป็นปัญหาจากระบบ DNS ภายใน จึงย้าย DNS ออกไปจากจุดที่เครือข่ายหนาแน่นก่อน ในเวลา 9:28 นาฬิกาตามเวลาแปซิฟิก AWS ย้ายระบบ DNS ภายในเสร็จสิ้น DNS จึงเริ่มกลับสู่สภาพปกติ เครือข่ายเริ่มกลับมาบางส่วนแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ และระบบมอนิเตอร์หลักก็ยังใช้ไม่ได้ จึงต้องแก้ปัญหาแบบมอนิเตอร์ไม่ได้ไปก่อน หลังจากนั้น AWS จึงตรวจสอบหาว่าทราฟฟิกจำนวนมากมาจากไหนและแยกอุปกรณ์เน็ตเวิร์คนั้นออกไปก่อน ปิดเซอร์วิสที่ใช้ทราฟฟิกจำนวนมากเพื่อให้เครือข่ายกลับมา กระบวนการนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเข้าใจปัญหาเนื่องจากไม่มีมอนิเตอร์ และใช้เวลาแก้ปัญหานานกว่าปกติเนื่องจากระบบดีพลอยในเครือข่ายภายในก็มีปัญหาตามไปด้วย แต่ในช่วงนี้เซอร์วิสเกือบทั้งหมดบนเครือข่ายหลักของ AWS กลับมาปกติแล้ว และแอปของลูกค้าก็รันได้ AWS จึงต้องแก้ปัญหาด้วยความระมัดระวังไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ สุดท้ายระบบจึงกลับมาทำงานได้เต็มรูปแบบตอนเวลา 14:22 นาฬิกาตามเวลาแปซิฟิก เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต AWS จึงสั่งปิดระบบสเกลที่สร้างอีเว้นท์นี้ขึ้นมาและจะยังไม่เปิดใช้งานจนกว่าจะดีพลอยเพื่อซ่อมปัญหาทั้งหมดก่อน ซึ่งปัจจุบันระบบ AWS ขนาดใหญ่พอแล้วจึงยังไม่จำเป็นต้องสเกลอีกในระยะเวลาอันใกล้ โดย AWS ระบุว่าไคลเอนท์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ทดสอบเพื่อกู้คืนตัวเองได้ในกรณีที่มีทราฟฟิกหนาแน่นในเครือข่ายอยู่แล้ว แต่ปัญหาบางอย่างทำให้ไคลเอนท์ไม่สามารถกู้คืนตัวเองได้ในอีเวนท์ครั้งนี้ ตัวโค้ดนี้อยู่ในโปรดักชั่นมาหลายปีแล้ว แต่ระบบสเกลอัตโนมัติสร้างพฤติกรรมที่ไม่ได้สังเกตมาก่อน ดังนั้น AWS จึงจะแก้ปัญหานี้และดีพลอยภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า นอกจากนี้ AWS ได้ดีพลอยคอนฟิกเครือข่ายเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อป้องกันอุปกรณ์เครือข่ายเกิดปัญหาหากพบเหตุการณ์ทราฟฟิกหนาแน่นอีก AWS ระบุว่าทางบริษัทเข้าใจดีว่าการเกิดเหตุการณ์แบบนี้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าอย่างไรโดยเฉพาะตอนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โดย AWS ยอมรับว่าเนื่องจากระบบมอนิเตอร์มีปัญหาจึงทำให้ AWS ไม่เข้าใจเหตุการณ์ได้ทันที และปัญหาเครือข่ายก็ทำให้ Service Health Dashboard ไม่สามารถ fail over ไปยัง standby ได้ ส่วน Support Contact Center ของ AWS ก็อยู่ที่เครือข่ายภายใน ทำให้ช่วงที่เกิดปัญหาก็ไม่สามารถเปิดเคสหาซัพพอร์ตได้เช่นกัน ดังนั้น ในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ AWS ระบุว่า Service Health Dashboard จะเปิดเวอร์ชันใหม่ให้ใช้ภายในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจมากขึ้นว่าเซอร์วิสไหนจะได้รับผลกระทบบ้าง ส่วนระบบซัพพอร์ต ทาง AWS ก็จะปรับโครงสร้างใหม่ให้รันหลาย AWS regions เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อซัพพอร์ตได้ในช่วงที่มีปัญหา และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง AWS จะนำเหตุการณ์นี้มาเรียนรู้และปรับปรุงทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบคลาวด์ต่อไปในอนาคต ที่มา - AWS, Engadget, CNBC